ลดน้ำหนัก 9 กิโลกรัม ทำได้ ใน 3-4 สัปดาห์

ถ้าหากคุณมีงานสำคัญหรือโอกาสพิเศษรออยู่ และต้องการลดน้ำหนักให้ผอมเพรียวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลองแนวทางง่ายๆ เหล่านี้ดูสิ
รับประทานวันละ 4 มื้อ
การรับประทานมื้อเล็กๆ ย่อยเป็น 4 มื้อ จะช่วยเพิ่มเติมระดับการเผาผลาญ และช่วยให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น และยังช่วยให้คุณรู้สึกหิวน้อยลงด้วย เมื่อคุณกิน 4 มื้อย่อยๆ แต่อย่าลืมเลือกสรรอาหารสุขภาพแคลอรีต่ำด้วย โดยเน้นหนักทางผักและผลไม้สดๆ ที่จะมีแคลอรีต่ำกว่าผักและผลไม้ที่นำไปปรุงสุก

ดื่มน้ำมากเป็นพิเศษ
น้ำช่วยชำระล้างระบบภายในร่างกาย และยังช่วยดูแล ลดความรู้สึกปวดท้องเวลาหิวและรักษาระดับน้ำหล่อเลี้ยงร่างกายไว้ ดื่มน้ำหนึ่งแก้วในยามเช้า พร้อมกับยาที่ช่วยเผาผลาญไขมันก่อนหรือพร้อมกับอาหารมื้อแรกและตอนเย็นด้วย เมื่อคุณรับประทานน้อยลง คุณสามารถชดเชยแคลอรีด้วยวิตามินรวมหรืออาหารเสริม

บริหารร่างกายอย่างน้อยวันละ 30-60 นาที
จะยิ่งเห็นผลดียิ่งขึ้นเมื่อคุณทำดีท็อกซ์ไดเอ็ตร่วมด้วย เพื่อที่จะล้างพิษในร่างกายไปด้วยในตัว ที่เริ่มต้นทำได้ง่ายๆ ด้วยการรับประทานแต่ผักหรือผลไม้สดตลอดทั้งวัน ก็ถือเป็นการดีท็อกซ์ได้ทางหนึ่ง

ดูแลน้ำหนักรายอาทิตย์
หลายคนอาจจะสงสัยว่าในหนึ่งอาทิตย์ เราจะสามารถเพิ่ม-ลดน้ำหนักได้มากเท่าไหร่ และควรลดเท่าใดจึงจะถือว่าอยู่ในมาตรฐานปลอดภัย
อัตราน้ำหนักที่ลดลงในหนึ่งอาทิตย์ ควรจะอยู่ที่หนึ่งกิโลกรัม และไม่มากไปกว่านี้สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักทั่วไป
คนที่น้ำหนักเกินมาตรฐาน กำหนดให้อยู่ที่ 1–1.5 กิโลกรัม
คนที่จัดอยู่ในขั้นน้ำหนักเกินมากๆ ควรอยู่ที่ 1.5-2.5 กิโลกรัมต่ออาทิตย์ส่วนผู้มีน้ำหนักตัวน้อย ถ้าหากต้องการเพิ่มน้ำหนัก ควรให้เป็นไปอย่างช้าๆ และอยู่ในอัตราที่สม่ำเสมอ ซึ่งก็คือประมาณหนึ่งกิโลกรัมต่ออาทิตย์

ที่มา : lisaguru.com

สูตรลับใบหน้าเนียนขาวใสด้วยสตรอเบอร์รี

เมื่อเริ่มก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ใบหน้าของเราจะเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงไม่เปล่งปลั่งเหมือนวัยเด็ก มักจะมีริ้วรอยต่างๆทำให้มองดูแก่กว่าวัย และแม้ในวัยรุ่นวัยหนุ่มวัยสาวบางคน ก็มีไม่น้อยที่มีริ้วรอยจนดูแก่กว่าวัย อาจจะเกิดจากการได้รับสารอาหารไม่ครบครัน พักผ่อนนอนหลับไม่พอเพียง ความเคร่งเครียด หรือการโดนแดดลมบ่อยๆ เทคนิคความสวย ในตอนนี้จะใช้สตรอเบอร์รี่ มาบำรุงผิวหน้าเพื่อให้หลีกไกลจากริ้วรอย ไฝฝ้าและจุดด่างดำบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าของคุณแลดูมีชีวิตชีวา เนียนขาวใสอมชมพู เหมือนรุ่นกระเตาะเลยทีเดียว มาลองปฏิบัติตามกันเลยดีกว่า ขั้นตอนแรก เตรียมสตรอเบอร์รีประมาณ 8-10 ผล เครื่องปั่นหรือส้อม ที่คาดผมหรือหมวกคลุมสำหรับอาบน้ำ ขั้นตอนที่สอง ล้างหน้าล้างตาให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นกับสบู่หรือโฟมล้างหน้า ซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนู เก็บผมให้เป็นระเบียบด้วยที่คาดผมหรือหมวกคลุมผมสำหรับอาบน้ำ ขั้นตอนที่สาม นำสตรอเบอร์รีที่เตรียมไว้ มาใช้ส้อมยีให้เละ แต่ถ้าจะใช้เครื่องปั่น ก็อย่าปั่นให้ละเอียดจนเกินไป ขั้นตอนสุดท้าย พอกใบหน้าด้วยสตรอเบอร์รีที่เตรียมไว้ให้ทั่ว โดยเว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้นานโดยประมาณ 25-30 นาที ห้ามขยับเขยื้อนใบหน้าเด็ดขาด เมื่อถึงเวลาแล้วให้ทำความสะอาดใบหน้าด้วยน้ำอุ่นกับสบู่หรือโฟมล้างหน้า เป็นอันเสร็จวิธีการ เคล็ดลับความสวย ด้วยสตรอเบอร์รี ควรจะทำบ่อยๆทุกๆ 2-3 วัน เพื่อใบหน้าเนียนขาวใสอมชมพู ที่มา : บทความ คุณTullaya

ความลับ 4 ประการ ของการเผาผลาญพลังงาน

ขั้นตอนเผาผลาญพลังงานอย่างง่ายดาย ก็คือ การดื่มน้ำนั่นเอง 1. ร่างกายของคุณจะเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่า ในขณะย่อยอาหารและเครื่องดื่มเย็นจัด แต่ก่อนที่จะรีบร้อนไปกินไอศกรีม ฟังนี่ก่อน ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ความแตกต่างที่ปรากฏขึ้นอาจจะน้อยมากมากจนเห็นได้ไม่ชัดเจน โดยงานศึกษาวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าการดื่มน้ำเย็นจัดๆ 5-6 แก้วต่อวันอาจจะช่วยคุณเผาผลาญได้เพิ่มมากขึ้นราว 10 แคลอรีต่อวัน แต่ถึงแม้ว่ามันจะเล็กน้อยมาก ก็ไม่เสียหายอะไรที่จะดื่มของเหลวไม่มีแคลอรีอย่างน้ำเปล่า ชา หรือกาแฟ (ไม่ใส่ครีมและน้ำตาล) กับน้ำแข็ง เพื่อที่จะเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน 2. การดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีได้มากยิ่งกว่า การตอบสนองทางเคมีของร่างกายคุณทั้งหมด รวมถึงการเผาลาญพลังงานต้องใช้น้ำเป็นตัวช่วย ถ้าคุณขาดน้ำ คุณอาจเผาผลาญแคลอรีได้น้อยลงราว 2% นี่เป็นผลจากการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยยูท่าห์ ซึ่งติดตามดูลำดับขั้นการเผาผลาญพลังงานของผู้ใหญ่ 10 คนในขณะที่ดื่มน้ำในปริมาณที่ไม่เหมือนกันในแต่ละวัน โดยคนที่ดื่มน้ำแก้วละ 8 ออนซ์ 8-12 แก้วต่อวันมีสถานะการเผาผลาญพลังงานสูงกว่าคนที่ดื่มแค่สี่แก้ว 3. อาหารเผ็ดร้อนจะทำให้ระบบเผาผลาญของคุณมากขึ้น แคปไซซิน–สารประกอบที่ทำให้พริกมีความเผ็ดร้อนช่วยขับเหงื่อ ที่อาจทำให้การเผาลาญพลังงานของคุณเพิ่มขึ้น พร้อมทำให้รู้สึกอิ่มท้องและลดความหิว การวิจัยแสดงให้เห็นว่าการกินพริกราว 1 ช้อนโต๊ะ ซึ่งเท่ากับแคปไซชิน 30 ม. ทำให้การเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นชั่วเวลาหนึ่งถึง 23% ในงานศึกษาค้นคว้าอีกชิ้นหนึ่งที่ให้คนกินพริก 0.9 กรัมคละเคล้าในน้ำมะเขือเทศหรือในรูปแคปซูล ก่อนการกินอาหารแต่ละมื้อ … Continue reading

มื้ออาหารเล็ก ๆ ช่วยลดน้ำหนัก

 สำหรับสาว ๆ ที่อยากมีรูปร่างสวย คุณอาจเที่ยวเสาะแสวงหาวิธีรับประทานจากบรรดา โภชนากร แพทย์ กูรู หรือผู้ใดก็ตาม ที่มีสูตรเด็ดเทคนิค ซึ่งพวกเขาทั้งหลายจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องรับประทานอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ ตลอดวัน เพื่ออะไรนั้น และเหตุใดจึงเป็นผลดี เราจะมาล้วงลึกกันในวันนี้ จริงหรือ ที่วิธีเร่งการเผาผลาญของร่างกายจะขึ้นอยู่กับความถี่ในการรับประทานอาหารระหว่างวัน? นางแบบระดับโลกหลายคนเลือกที่จะรับประทานอาหารมื้อหลักครบทั้ง 3 มื้อ และมีมื้อย่อยเสริมอีกราว 2-3 มื้อ ในแต่ละวัน โดยสิ่งที่สำคัญคือ การลดปริมาณแคลอรีรวมที่ได้มาในแต่ละวัน และรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ มื้อย่อยช่วยได้ มื้ออาหารในจำนวนที่ไม่มากนักทั้งวัน จะช่วยให้ขั้นตอนการเผาผลาญอาหารทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการวิจัยรองรับว่า การรับประทานอาหารแต่ละครั้ง ร่างกายจะเผาผลาญแคลอรี เพื่อย่อยอาหาร และนี่เป็นการเร่งเร้ากระบวนการเผาผลาญพลังงาน ผู้วิจัยยังเชื่อว่า การได้รับอาหารบ่อย ๆ ช่วยสงวนระดับน้ำตาลและอินซูลินในกระแสเลือดให้คงที่ ระดับอินซูลินที่คงที่ จะยับยั้งร่างกายจากการเผาผลาญไขมันและชะลอการกักตุนไขมัน ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผู้ชายที่รับประทานอาหารเช้าโดยแบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆ ตลอดช่วงเช้านั้น จะรับประทานมื้อกลางวันน้อยลง กว่าผู้ชายซึ่งรับประทานอาหารมื้อเช้ามื้อเดียวถึง 27% การยอมให้ตัวเองใด้ทานอาหารมื้อย่อย ทั้งวัน จะช่วยโน้มน้าวการสร้างนิสัยการรับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ และรักษาน้ำหนักให้คงที่ ได้ดีกว่าการเข้าคอร์สที่ฉาบฉวย … Continue reading

แบ่งแยกระดับความหิว

ทำความเข้าใจระดับความหิว จะได้ทานในปริมาณที่คุณต้องการจริง คุณรู้จริงๆ หรือเปล่าว่าความหิวจริงๆ แล้วเป็นยังไง? ก่อนที่คุณจะสามารถกำราบมันได้ คุณต้องทำความเข้าใจที่จะรับรู้ว่ากิริยาอาการทางร่างกายแบบไหน ที่สื่อถึงความต้องการอาหารบำรุงจริงๆ ก่อนการกิน ใช้สเกลความหิวต่อไปนี้เพื่อช่วยคาดคะเนการความต้องการอาหารที่แน่นอนของคุณเสียก่อน หิวโซ ความรู้สึกท้องว่างและอ่อนแรงอย่างหนัก อาจจะตามมาด้วยอาการเวียนศีรษะเล็กน้อย หรืออาการกระวนกระวายเนื่องมาจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกี่ยวเนื่องมาจากขาดอาหาร มีความเสี่ยงที่จะตามใจปากสูง หิว คุณนึกถึงอาหารครั้งต่อไป ถ้าไม่ได้กินภายในหนึ่งชั่วโมง คุณจะเข้าสู่ขอบเขตวิกฤติของความ “หิวโซ” หิวปานกลาง กระเพาะของคุณเริ่มร้องและคุณกำลังเตรียมการ ที่จะหาทางให้ความรู้สึกประสาทเสียนั้นหายไป นี่เป็นเวลาการกินโดยปกติ พอใจ คุณรู้สึกหายอยาก ยังไม่อิ่ม แต่ก็ไม่หิว คุณบรรเทารู้สึกสบายๆ และสามารถรอที่จะกินได้ อิ่ม คุณยังกินได้อยู่ มันเป็นเรื่องของความต่อเนื่องมากกว่าความหิวจริงๆ ท้องของคุณเป่งขึ้นเล็กน้อย และอาหารก็ไม่อร่อยเท่าที่เป็นในตอนสองสามคำแรก จุก คุณรู้สึกไม่ค่อยสบาย อาจมีอาการเสียดท้องเล็กน้อยเนื่องจากว่า กรดในกระเพาะอาหารที่ล้นขึ้นมาถึงคอ TIP ระยะเวลาที่ดีที่สุดในการกินก็คือเวลาที่คุณ “หิวปานกลาง” หรือ “หิว” ทันทีที่คุณถึงภาวะใดภาวะหนึ่งนี้ คุณได้ใช้พลังงานส่วนมากจากอาหารมื้อที่แล้วไปหมดแล้ว แต่คุณยังไม่ถึงจุดที่จะอยากกินแบบยั้งไม่อยู่ ข้อมุลจาก : lisaguru.com