<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SLIM UP CENTER</title>
	<atom:link href="http://www.slimupcenters.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.slimupcenters.com</link>
	<description>สูตรลดน้ำหนัก วิธีลดน้ำหนัก อาหารลดน้ำหนัก เมนูลดน้ำหนัก สมุนไพรลดน้ำหนัก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 04 Feb 2012 13:21:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ลดน้ำหนัก 9 กิโลกรัม ทำได้ ใน 3-4 สัปดาห์</title>
		<link>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81-9-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%83%e0%b8%99-3-4-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81-9-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%83%e0%b8%99-3-4-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Feb 2012 13:21:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สานฝัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรและวิธีลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slimupcenters.com/?p=279</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าหากคุณมีงานสำคัญหรือโอกาสพิเศษรออยู่ และต้องการลดน้ำหนักให้ผอมเพรียวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลองแนวทางง่ายๆ เหล่านี้ดูสิ รับประทานวันละ 4 มื้อ การรับประทานมื้อเล็กๆ ย่อยเป็น 4 มื้อ จะช่วยเพิ่มเติมระดับการเผาผลาญ และช่วยให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น และยังช่วยให้คุณรู้สึกหิวน้อยลงด้วย เมื่อคุณกิน 4 มื้อย่อยๆ แต่อย่าลืมเลือกสรรอาหารสุขภาพแคลอรีต่ำด้วย โดยเน้นหนักทางผักและผลไม้สดๆ ที่จะมีแคลอรีต่ำกว่าผักและผลไม้ที่นำไปปรุงสุก ดื่มน้ำมากเป็นพิเศษ น้ำช่วยชำระล้างระบบภายในร่างกาย และยังช่วยดูแล ลดความรู้สึกปวดท้องเวลาหิวและรักษาระดับน้ำหล่อเลี้ยงร่างกายไว้ ดื่มน้ำหนึ่งแก้วในยามเช้า พร้อมกับยาที่ช่วยเผาผลาญไขมันก่อนหรือพร้อมกับอาหารมื้อแรกและตอนเย็นด้วย เมื่อคุณรับประทานน้อยลง คุณสามารถชดเชยแคลอรีด้วยวิตามินรวมหรืออาหารเสริม บริหารร่างกายอย่างน้อยวันละ 30-60 นาที จะยิ่งเห็นผลดียิ่งขึ้นเมื่อคุณทำดีท็อกซ์ไดเอ็ตร่วมด้วย เพื่อที่จะล้างพิษในร่างกายไปด้วยในตัว ที่เริ่มต้นทำได้ง่ายๆ ด้วยการรับประทานแต่ผักหรือผลไม้สดตลอดทั้งวัน ก็ถือเป็นการดีท็อกซ์ได้ทางหนึ่ง ดูแลน้ำหนักรายอาทิตย์ หลายคนอาจจะสงสัยว่าในหนึ่งอาทิตย์ เราจะสามารถเพิ่ม-ลดน้ำหนักได้มากเท่าไหร่ และควรลดเท่าใดจึงจะถือว่าอยู่ในมาตรฐานปลอดภัย อัตราน้ำหนักที่ลดลงในหนึ่งอาทิตย์ ควรจะอยู่ที่หนึ่งกิโลกรัม และไม่มากไปกว่านี้สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักทั่วไป คนที่น้ำหนักเกินมาตรฐาน กำหนดให้อยู่ที่ 1–1.5 กิโลกรัม คนที่จัดอยู่ในขั้นน้ำหนักเกินมากๆ ควรอยู่ที่ 1.5-2.5 กิโลกรัมต่ออาทิตย์ส่วนผู้มีน้ำหนักตัวน้อย ถ้าหากต้องการเพิ่มน้ำหนัก ควรให้เป็นไปอย่างช้าๆ และอยู่ในอัตราที่สม่ำเสมอ ซึ่งก็คือประมาณหนึ่งกิโลกรัมต่ออาทิตย์ &#8230; <a href="http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81-9-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%83%e0%b8%99-3-4-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c/">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2012/02/exercise.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-280" title="exercise" src="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2012/02/exercise-300x300.jpg" alt="" width="206" height="206" /></a>ถ้าหากคุณมีงานสำคัญหรือโอกาสพิเศษรออยู่ และต้องการลดน้ำหนักให้ผอมเพรียวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลองแนวทางง่ายๆ เหล่านี้ดูสิ<br />
<span style="color: #800000;"><strong>รับประทานวันละ 4 มื้อ</strong></span><br />
การรับประทานมื้อเล็กๆ ย่อยเป็น 4 มื้อ จะช่วยเพิ่มเติมระดับการเผาผลาญ และช่วยให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น และยังช่วยให้คุณรู้สึกหิวน้อยลงด้วย เมื่อคุณกิน 4 มื้อย่อยๆ แต่อย่าลืมเลือกสรรอาหารสุขภาพแคลอรีต่ำด้วย โดยเน้นหนักทางผักและผลไม้สดๆ ที่จะมีแคลอรีต่ำกว่าผักและผลไม้ที่นำไปปรุงสุก</p>
<p><span style="color: #800000;"><strong>ดื่มน้ำมากเป็นพิเศษ</strong></span><br />
น้ำช่วยชำระล้างระบบภายในร่างกาย และยังช่วยดูแล ลดความรู้สึกปวดท้องเวลาหิวและรักษาระดับน้ำหล่อเลี้ยงร่างกายไว้ ดื่มน้ำหนึ่งแก้วในยามเช้า พร้อมกับยาที่ช่วยเผาผลาญไขมันก่อนหรือพร้อมกับอาหารมื้อแรกและตอนเย็นด้วย เมื่อคุณรับประทานน้อยลง คุณสามารถชดเชยแคลอรีด้วยวิตามินรวมหรืออาหารเสริม</p>
<p><strong><span style="color: #800000;">บริหารร่างกายอย่างน้อยวันละ 30-60 นาที</span></strong><br />
จะยิ่งเห็นผลดียิ่งขึ้นเมื่อคุณทำดีท็อกซ์ไดเอ็ตร่วมด้วย เพื่อที่จะล้างพิษในร่างกายไปด้วยในตัว ที่เริ่มต้นทำได้ง่ายๆ ด้วยการรับประทานแต่ผักหรือผลไม้สดตลอดทั้งวัน ก็ถือเป็นการดีท็อกซ์ได้ทางหนึ่ง</p>
<p><span style="color: #800000;"><strong>ดูแลน้ำหนักรายอาทิตย์</strong></span><br />
หลายคนอาจจะสงสัยว่าในหนึ่งอาทิตย์ เราจะสามารถเพิ่ม-ลดน้ำหนักได้มากเท่าไหร่ และควรลดเท่าใดจึงจะถือว่าอยู่ในมาตรฐานปลอดภัย<br />
อัตราน้ำหนักที่ลดลงในหนึ่งอาทิตย์ ควรจะอยู่ที่หนึ่งกิโลกรัม และไม่มากไปกว่านี้สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักทั่วไป<br />
คนที่น้ำหนักเกินมาตรฐาน กำหนดให้อยู่ที่ 1–1.5 กิโลกรัม<br />
คนที่จัดอยู่ในขั้นน้ำหนักเกินมากๆ ควรอยู่ที่ 1.5-2.5 กิโลกรัมต่ออาทิตย์ส่วนผู้มีน้ำหนักตัวน้อย ถ้าหากต้องการเพิ่มน้ำหนัก ควรให้เป็นไปอย่างช้าๆ และอยู่ในอัตราที่สม่ำเสมอ ซึ่งก็คือประมาณหนึ่งกิโลกรัมต่ออาทิตย์</p>
<p>ที่มา : lisaguru.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81-9-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%83%e0%b8%99-3-4-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สูตรลับใบหน้าเนียนขาวใสด้วยสตรอเบอร์รี</title>
		<link>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Jan 2012 07:52:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สานฝัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slimupcenters.com/?p=272</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อเริ่มก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ใบหน้าของเราจะเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงไม่เปล่งปลั่งเหมือนวัยเด็ก มักจะมีริ้วรอยต่างๆทำให้มองดูแก่กว่าวัย และแม้ในวัยรุ่นวัยหนุ่มวัยสาวบางคน ก็มีไม่น้อยที่มีริ้วรอยจนดูแก่กว่าวัย อาจจะเกิดจากการได้รับสารอาหารไม่ครบครัน พักผ่อนนอนหลับไม่พอเพียง ความเคร่งเครียด หรือการโดนแดดลมบ่อยๆ เทคนิคความสวย ในตอนนี้จะใช้สตรอเบอร์รี่ มาบำรุงผิวหน้าเพื่อให้หลีกไกลจากริ้วรอย ไฝฝ้าและจุดด่างดำบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าของคุณแลดูมีชีวิตชีวา เนียนขาวใสอมชมพู เหมือนรุ่นกระเตาะเลยทีเดียว มาลองปฏิบัติตามกันเลยดีกว่า ขั้นตอนแรก เตรียมสตรอเบอร์รีประมาณ 8-10 ผล เครื่องปั่นหรือส้อม ที่คาดผมหรือหมวกคลุมสำหรับอาบน้ำ ขั้นตอนที่สอง ล้างหน้าล้างตาให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นกับสบู่หรือโฟมล้างหน้า ซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนู เก็บผมให้เป็นระเบียบด้วยที่คาดผมหรือหมวกคลุมผมสำหรับอาบน้ำ ขั้นตอนที่สาม นำสตรอเบอร์รีที่เตรียมไว้ มาใช้ส้อมยีให้เละ แต่ถ้าจะใช้เครื่องปั่น ก็อย่าปั่นให้ละเอียดจนเกินไป ขั้นตอนสุดท้าย พอกใบหน้าด้วยสตรอเบอร์รีที่เตรียมไว้ให้ทั่ว โดยเว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้นานโดยประมาณ 25-30 นาที ห้ามขยับเขยื้อนใบหน้าเด็ดขาด เมื่อถึงเวลาแล้วให้ทำความสะอาดใบหน้าด้วยน้ำอุ่นกับสบู่หรือโฟมล้างหน้า เป็นอันเสร็จวิธีการ เคล็ดลับความสวย ด้วยสตรอเบอร์รี ควรจะทำบ่อยๆทุกๆ 2-3 วัน เพื่อใบหน้าเนียนขาวใสอมชมพู ที่มา : บทความ คุณTullaya]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2012/01/Strawberry.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-273" title="Strawberry" src="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2012/01/Strawberry-300x225.jpg" alt="" width="228" height="171" /></a>เมื่อเริ่มก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ใบหน้าของเราจะเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงไม่เปล่งปลั่งเหมือนวัยเด็ก มักจะมีริ้วรอยต่างๆทำให้มองดูแก่กว่าวัย</p>
<p>และแม้ในวัยรุ่นวัยหนุ่มวัยสาวบางคน ก็มีไม่น้อยที่มีริ้วรอยจนดูแก่กว่าวัย อาจจะเกิดจากการได้รับสารอาหารไม่ครบครัน พักผ่อนนอนหลับไม่พอเพียง ความเคร่งเครียด หรือการโดนแดดลมบ่อยๆ เทคนิคความสวย ในตอนนี้จะใช้สตรอเบอร์รี่ มาบำรุงผิวหน้าเพื่อให้หลีกไกลจากริ้วรอย ไฝฝ้าและจุดด่างดำบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าของคุณแลดูมีชีวิตชีวา เนียนขาวใสอมชมพู เหมือนรุ่นกระเตาะเลยทีเดียว มาลองปฏิบัติตามกันเลยดีกว่า</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ขั้นตอนแรก</strong></span> เตรียมสตรอเบอร์รีประมาณ 8-10 ผล เครื่องปั่นหรือส้อม ที่คาดผมหรือหมวกคลุมสำหรับอาบน้ำ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ขั้นตอนที่สอง</strong></span> ล้างหน้าล้างตาให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นกับสบู่หรือโฟมล้างหน้า ซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนู เก็บผมให้เป็นระเบียบด้วยที่คาดผมหรือหมวกคลุมผมสำหรับอาบน้ำ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ขั้นตอนที่สาม</strong></span> นำสตรอเบอร์รีที่เตรียมไว้ มาใช้ส้อมยีให้เละ แต่ถ้าจะใช้เครื่องปั่น ก็อย่าปั่นให้ละเอียดจนเกินไป</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ขั้นตอนสุดท้าย</strong></span> พอกใบหน้าด้วยสตรอเบอร์รีที่เตรียมไว้ให้ทั่ว โดยเว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้นานโดยประมาณ 25-30 นาที ห้ามขยับเขยื้อนใบหน้าเด็ดขาด เมื่อถึงเวลาแล้วให้ทำความสะอาดใบหน้าด้วยน้ำอุ่นกับสบู่หรือโฟมล้างหน้า เป็นอันเสร็จวิธีการ</p>
<p>เคล็ดลับความสวย ด้วยสตรอเบอร์รี ควรจะทำบ่อยๆทุกๆ 2-3 วัน เพื่อใบหน้าเนียนขาวใสอมชมพู</p>
<p>ที่มา : <strong>บทความ</strong> คุณTullaya</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความลับ 4 ประการ ของการเผาผลาญพลังงาน</title>
		<link>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-4-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-4-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Jan 2012 05:35:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สานฝัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรและวิธีลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slimupcenters.com/?p=266</guid>
		<description><![CDATA[ขั้นตอนเผาผลาญพลังงานอย่างง่ายดาย ก็คือ การดื่มน้ำนั่นเอง 1. ร่างกายของคุณจะเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่า ในขณะย่อยอาหารและเครื่องดื่มเย็นจัด แต่ก่อนที่จะรีบร้อนไปกินไอศกรีม ฟังนี่ก่อน ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ความแตกต่างที่ปรากฏขึ้นอาจจะน้อยมากมากจนเห็นได้ไม่ชัดเจน โดยงานศึกษาวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าการดื่มน้ำเย็นจัดๆ 5-6 แก้วต่อวันอาจจะช่วยคุณเผาผลาญได้เพิ่มมากขึ้นราว 10 แคลอรีต่อวัน แต่ถึงแม้ว่ามันจะเล็กน้อยมาก ก็ไม่เสียหายอะไรที่จะดื่มของเหลวไม่มีแคลอรีอย่างน้ำเปล่า ชา หรือกาแฟ (ไม่ใส่ครีมและน้ำตาล) กับน้ำแข็ง เพื่อที่จะเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน 2. การดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีได้มากยิ่งกว่า การตอบสนองทางเคมีของร่างกายคุณทั้งหมด รวมถึงการเผาลาญพลังงานต้องใช้น้ำเป็นตัวช่วย ถ้าคุณขาดน้ำ คุณอาจเผาผลาญแคลอรีได้น้อยลงราว 2% นี่เป็นผลจากการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยยูท่าห์ ซึ่งติดตามดูลำดับขั้นการเผาผลาญพลังงานของผู้ใหญ่ 10 คนในขณะที่ดื่มน้ำในปริมาณที่ไม่เหมือนกันในแต่ละวัน โดยคนที่ดื่มน้ำแก้วละ 8 ออนซ์ 8-12 แก้วต่อวันมีสถานะการเผาผลาญพลังงานสูงกว่าคนที่ดื่มแค่สี่แก้ว 3. อาหารเผ็ดร้อนจะทำให้ระบบเผาผลาญของคุณมากขึ้น แคปไซซิน&#8211;สารประกอบที่ทำให้พริกมีความเผ็ดร้อนช่วยขับเหงื่อ ที่อาจทำให้การเผาลาญพลังงานของคุณเพิ่มขึ้น พร้อมทำให้รู้สึกอิ่มท้องและลดความหิว การวิจัยแสดงให้เห็นว่าการกินพริกราว 1 ช้อนโต๊ะ ซึ่งเท่ากับแคปไซชิน 30 ม. ทำให้การเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นชั่วเวลาหนึ่งถึง 23% ในงานศึกษาค้นคว้าอีกชิ้นหนึ่งที่ให้คนกินพริก 0.9 กรัมคละเคล้าในน้ำมะเขือเทศหรือในรูปแคปซูล ก่อนการกินอาหารแต่ละมื้อ &#8230; <a href="http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-4-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2012/01/coldwater.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-267" title="colddrink" src="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2012/01/coldwater.jpg" alt="" width="229" height="195" /></a>ขั้นตอนเผาผลาญพลังงานอย่างง่ายดาย ก็คือ การดื่มน้ำนั่นเอง</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>1. ร่างกายของคุณจะเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่า ในขณะย่อยอาหารและเครื่องดื่มเย็นจัด</strong></span><br />
แต่ก่อนที่จะรีบร้อนไปกินไอศกรีม ฟังนี่ก่อน ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ความแตกต่างที่ปรากฏขึ้นอาจจะน้อยมากมากจนเห็นได้ไม่ชัดเจน โดยงานศึกษาวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าการดื่มน้ำเย็นจัดๆ 5-6 แก้วต่อวันอาจจะช่วยคุณเผาผลาญได้เพิ่มมากขึ้นราว 10 แคลอรีต่อวัน แต่ถึงแม้ว่ามันจะเล็กน้อยมาก ก็ไม่เสียหายอะไรที่จะดื่มของเหลวไม่มีแคลอรีอย่างน้ำเปล่า ชา หรือกาแฟ (ไม่ใส่ครีมและน้ำตาล) กับน้ำแข็ง เพื่อที่จะเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>2. การดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีได้มากยิ่งกว่า</strong></span><br />
การตอบสนองทางเคมีของร่างกายคุณทั้งหมด รวมถึงการเผาลาญพลังงานต้องใช้น้ำเป็นตัวช่วย ถ้าคุณขาดน้ำ คุณอาจเผาผลาญแคลอรีได้น้อยลงราว 2% นี่เป็นผลจากการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยยูท่าห์ ซึ่งติดตามดูลำดับขั้นการเผาผลาญพลังงานของผู้ใหญ่ 10 คนในขณะที่ดื่มน้ำในปริมาณที่ไม่เหมือนกันในแต่ละวัน โดยคนที่ดื่มน้ำแก้วละ 8 ออนซ์ 8-12 แก้วต่อวันมีสถานะการเผาผลาญพลังงานสูงกว่าคนที่ดื่มแค่สี่แก้ว</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>3. อาหารเผ็ดร้อนจะทำให้ระบบเผาผลาญของคุณมากขึ้น</strong></span><br />
แคปไซซิน&#8211;สารประกอบที่ทำให้พริกมีความเผ็ดร้อนช่วยขับเหงื่อ ที่อาจทำให้การเผาลาญพลังงานของคุณเพิ่มขึ้น พร้อมทำให้รู้สึกอิ่มท้องและลดความหิว การวิจัยแสดงให้เห็นว่าการกินพริกราว 1 ช้อนโต๊ะ ซึ่งเท่ากับแคปไซชิน 30 ม. ทำให้การเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นชั่วเวลาหนึ่งถึง 23% ในงานศึกษาค้นคว้าอีกชิ้นหนึ่งที่ให้คนกินพริก 0.9 กรัมคละเคล้าในน้ำมะเขือเทศหรือในรูปแคปซูล ก่อนการกินอาหารแต่ละมื้อ นักวิจัยพบว่าแต่ละคนลดจำนวนการรับแคลอรีลงไปได้โดยประมาณ 10 หรือ 16% เป็นเวลาสองวันหลังจากนั้น</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>4. การกินโปรตีนช่วยทำให้การเผาผลาญของคุณเพิ่มขึ้น</strong></span><br />
โปรตีนให้คุณประโยชน์ทางด้านการเผาผลาญเมื่อเปรียบเทียบกับไขมันหรือคาร์โบไฮเดรต เนื่องจากร่างกายจะต้องใช้พลังงานมากกว่าในการย่อยมัน การวิจัยชี้ให้เห็นว่าคุณอาจจะเผาผลาญแคลอรีได้มากถึงสองเท่าในขณะที่ย่อยโปรตีนมากกว่าการย่อยคาร์โบไฮเดรต โดยปกติแล้วอาหารของเราจะมีโปรตีนราว 14% ลองเพิ่มปริมาณขึ้นเท่าตัว (โดยลดคาร์โบไฮเดรตลงเพื่อทดแทน) คุณจะเผาผลาญได้เพิ่มขึ้น 150-200 แคลอรีต่อวัน</p>
<p>ข้อมูลจาก : lisaguru.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-4-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มื้ออาหารเล็ก ๆ ช่วยลดน้ำหนัก</title>
		<link>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-%e0%b9%86-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-%e0%b9%86-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Dec 2011 04:14:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สานฝัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรและวิธีลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slimupcenters.com/?p=258</guid>
		<description><![CDATA[ สำหรับสาว ๆ ที่อยากมีรูปร่างสวย คุณอาจเที่ยวเสาะแสวงหาวิธีรับประทานจากบรรดา โภชนากร แพทย์ กูรู หรือผู้ใดก็ตาม ที่มีสูตรเด็ดเทคนิค ซึ่งพวกเขาทั้งหลายจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องรับประทานอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ ตลอดวัน เพื่ออะไรนั้น และเหตุใดจึงเป็นผลดี เราจะมาล้วงลึกกันในวันนี้ จริงหรือ ที่วิธีเร่งการเผาผลาญของร่างกายจะขึ้นอยู่กับความถี่ในการรับประทานอาหารระหว่างวัน? นางแบบระดับโลกหลายคนเลือกที่จะรับประทานอาหารมื้อหลักครบทั้ง 3 มื้อ และมีมื้อย่อยเสริมอีกราว 2-3 มื้อ ในแต่ละวัน โดยสิ่งที่สำคัญคือ การลดปริมาณแคลอรีรวมที่ได้มาในแต่ละวัน และรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ มื้อย่อยช่วยได้ มื้ออาหารในจำนวนที่ไม่มากนักทั้งวัน จะช่วยให้ขั้นตอนการเผาผลาญอาหารทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการวิจัยรองรับว่า การรับประทานอาหารแต่ละครั้ง ร่างกายจะเผาผลาญแคลอรี เพื่อย่อยอาหาร และนี่เป็นการเร่งเร้ากระบวนการเผาผลาญพลังงาน ผู้วิจัยยังเชื่อว่า การได้รับอาหารบ่อย ๆ ช่วยสงวนระดับน้ำตาลและอินซูลินในกระแสเลือดให้คงที่ ระดับอินซูลินที่คงที่ จะยับยั้งร่างกายจากการเผาผลาญไขมันและชะลอการกักตุนไขมัน ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผู้ชายที่รับประทานอาหารเช้าโดยแบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆ ตลอดช่วงเช้านั้น จะรับประทานมื้อกลางวันน้อยลง กว่าผู้ชายซึ่งรับประทานอาหารมื้อเช้ามื้อเดียวถึง 27% การยอมให้ตัวเองใด้ทานอาหารมื้อย่อย ทั้งวัน จะช่วยโน้มน้าวการสร้างนิสัยการรับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ และรักษาน้ำหนักให้คงที่ ได้ดีกว่าการเข้าคอร์สที่ฉาบฉวย &#8230; <a href="http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-%e0%b9%86-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2011/12/eating.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-259" title="eating" src="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2011/12/eating-e1323490270339-300x247.jpg" alt="" width="233" height="193" /></a> สำหรับสาว ๆ ที่อยากมีรูปร่างสวย คุณอาจเที่ยวเสาะแสวงหาวิธีรับประทานจากบรรดา โภชนากร แพทย์ กูรู หรือผู้ใดก็ตาม ที่มีสูตรเด็ดเทคนิค ซึ่งพวกเขาทั้งหลายจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องรับประทานอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ ตลอดวัน เพื่ออะไรนั้น และเหตุใดจึงเป็นผลดี เราจะมาล้วงลึกกันในวันนี้</p>
<p>จริงหรือ ที่วิธีเร่งการเผาผลาญของร่างกายจะขึ้นอยู่กับความถี่ในการรับประทานอาหารระหว่างวัน?</p>
<p>นางแบบระดับโลกหลายคนเลือกที่จะรับประทานอาหารมื้อหลักครบทั้ง 3 มื้อ และมีมื้อย่อยเสริมอีกราว 2-3 มื้อ ในแต่ละวัน โดยสิ่งที่สำคัญคือ การลดปริมาณแคลอรีรวมที่ได้มาในแต่ละวัน และรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>มื้อย่อยช่วยได้</strong></span></p>
<p>มื้ออาหารในจำนวนที่ไม่มากนักทั้งวัน จะช่วยให้ขั้นตอนการเผาผลาญอาหารทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการวิจัยรองรับว่า การรับประทานอาหารแต่ละครั้ง ร่างกายจะเผาผลาญแคลอรี เพื่อย่อยอาหาร และนี่เป็นการเร่งเร้ากระบวนการเผาผลาญพลังงาน</p>
<p>ผู้วิจัยยังเชื่อว่า การได้รับอาหารบ่อย ๆ ช่วยสงวนระดับน้ำตาลและอินซูลินในกระแสเลือดให้คงที่ ระดับอินซูลินที่คงที่ จะยับยั้งร่างกายจากการเผาผลาญไขมันและชะลอการกักตุนไขมัน</p>
<p>ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผู้ชายที่รับประทานอาหารเช้าโดยแบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆ ตลอดช่วงเช้านั้น จะรับประทานมื้อกลางวันน้อยลง กว่าผู้ชายซึ่งรับประทานอาหารมื้อเช้ามื้อเดียวถึง 27%</p>
<p>การยอมให้ตัวเองใด้ทานอาหารมื้อย่อย ทั้งวัน จะช่วยโน้มน้าวการสร้างนิสัยการรับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ และรักษาน้ำหนักให้คงที่ ได้ดีกว่าการเข้าคอร์สที่ฉาบฉวย</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>ทานน้อยแต่บ่อย มีวิธีการอย่างไร</strong></span></p>
<p>เพื่อให้เป้าหมายการ<strong>ลดน้ำหนัก</strong>ด้วยมื้ออาหารเล็ก ๆ บรรลุจุดมุ่งหมาย คุณควรทำตามกฎเหล็ก ดังนี้</p>
<p>1.ทานอาหาร 5-6 มื้ออาหารต่อวัน อาจจะดูเหมือนมากเกินไป แต่รู้หรือเปล่าว่า การเพิ่มจำนวนมื้อจะง่าย หากคุณค่อย ๆ เพิ่มเข้าไปทีละมื้อ จนกลายเป็นอุปนิสัย</p>
<p>2.คุณสามารถประเดิมมื้อย่อยด้วยอาหารเช้า และถ้ายังรู้สึกว่านี่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของแผนมื้ออาหารประจำวัน ก็ลองแบ่งมื้อหลักใหญ่ ๆ เป็นมื้อเล็ก ๆ เช่น รับประทานก๋วยเตี๋ยวครึ่งชามแรกในมื้อกลางวัน และอีกครึ่งที่เหลือรับประทานช่วงบ่าย</p>
<p>3.คิดรายการอาหารและถ้าเป็นไปได้ควรลงมือปรุงทุกอย่างด้วยตัวเอง เพราะการลงมือทำกับข้าวจะช่วยให้เรากำหนดปริมาณและทำตามแนวทาง<strong>ลดน้ำหนัก</strong>ได้ไม่ยาก</p>
<p>4.จัดเมนูประจำสัปดาห์ และเขียนเป็นตารางรายการของที่ต้องการซื้อทั้งหมดไว้ล่วงหน้า ซึ่งคุณควรซื้อในจำนวนที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครัวเรือน เพื่อลดอาการล่อตาล่อใจให้อยากรับประทานเพิ่ม แต่ถ้ายังอดไม่ได้ ก็ให้เลือกของขบเคี้ยวที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำโปรตีนสูง และไขมันในปริมาณที่พอเหมาะ ซึ่งจะช่วยรักษาระดับอินซูลินให้คงที่ และให้พลังงานนาน</p>
<p>5.ในแต่ละมื้อของอาหาร ควรมีผักและผลไม้เป็นตัวเติมพลังงานที่ดีและให้พลังงานต่ำอีกด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #3366ff;">เปลี่ยนแปลงเพื่อสุขภาพอนามัย</span></strong></p>
<p>ทันทีที่แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยแล้ว คุณก็ควรสร้างสมดุลของอาหารไปด้วย โดยให้รับประทานอาหารไขมันสูงร่วมกับอาหารไขมันต่ำบ้างเป็นบางครั้งบางคราว และจัดเตรียมอาหารพลังงานต่ำในชุดอาหารของวัน ซึ่งการสร้างสมดุลควรตามด้วยอาหารไขมันต่ำและด้วยอาหารว่างเล็กน้อย เพื่อยังคงสัดส่วนอาหารที่เสนอแนะไว้ในแต่ละวันสำหรับอาหารแต่ละกลุ่ม</p>
<p><strong><span style="color: #3366ff;">กลยุทธ์ห้ามใจ</span></strong></p>
<p>ส่วนสำคัญที่สุดของการ<strong>ลดน้ำหนัก</strong>คือ คุณต้องเผาผลาญแคลอรีให้ได้มากกว่าที่คุณรับประทานเข้าไป ซึ่งการศึกษาค้นคว้าได้เปิดเผยว่า จำนวนอาหารในแต่ละมื้อมักจะมีขนาดใหญ่ขึ้น และใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือ เมื่ออยู่บ้านคุณควรลดความต้องการอาหาร เพื่อให้รับประทานน้อยลง โดยเตรียมอาหารในสัดส่วนแค่เพียงพอกับจานของคุณ และห้ามใจไม่ให้เติมจานที่สอง แต่ถ้าต้องออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ก็ควรแบ่งอาหารมื้อใหญ่กับใครสักคน โดยใช้ภาชนะขนาดย่อม เพราะการจัดอาหารเพียงสัดส่วนเล็ก ๆ จะช่วยให้คุณเฝ้าระวังการรับประทานของคุณเอง จนท้ายที่สุดความเพียรพยายามในการ<strong>ลดน้ำหนัก</strong>ก็จะบรรลุผล</p>
<p>ลิขสิทธิ์บทความของ e-magazine.info</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-%e0%b9%86-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แบ่งแยกระดับความหิว</title>
		<link>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Dec 2011 12:33:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สานฝัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slimupcenters.com/?p=253</guid>
		<description><![CDATA[ทำความเข้าใจระดับความหิว จะได้ทานในปริมาณที่คุณต้องการจริง คุณรู้จริงๆ หรือเปล่าว่าความหิวจริงๆ แล้วเป็นยังไง? ก่อนที่คุณจะสามารถกำราบมันได้ คุณต้องทำความเข้าใจที่จะรับรู้ว่ากิริยาอาการทางร่างกายแบบไหน ที่สื่อถึงความต้องการอาหารบำรุงจริงๆ ก่อนการกิน ใช้สเกลความหิวต่อไปนี้เพื่อช่วยคาดคะเนการความต้องการอาหารที่แน่นอนของคุณเสียก่อน หิวโซ ความรู้สึกท้องว่างและอ่อนแรงอย่างหนัก อาจจะตามมาด้วยอาการเวียนศีรษะเล็กน้อย หรืออาการกระวนกระวายเนื่องมาจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกี่ยวเนื่องมาจากขาดอาหาร มีความเสี่ยงที่จะตามใจปากสูง หิว คุณนึกถึงอาหารครั้งต่อไป ถ้าไม่ได้กินภายในหนึ่งชั่วโมง คุณจะเข้าสู่ขอบเขตวิกฤติของความ “หิวโซ” หิวปานกลาง กระเพาะของคุณเริ่มร้องและคุณกำลังเตรียมการ ที่จะหาทางให้ความรู้สึกประสาทเสียนั้นหายไป นี่เป็นเวลาการกินโดยปกติ พอใจ คุณรู้สึกหายอยาก ยังไม่อิ่ม แต่ก็ไม่หิว คุณบรรเทารู้สึกสบายๆ และสามารถรอที่จะกินได้ อิ่ม คุณยังกินได้อยู่ มันเป็นเรื่องของความต่อเนื่องมากกว่าความหิวจริงๆ ท้องของคุณเป่งขึ้นเล็กน้อย และอาหารก็ไม่อร่อยเท่าที่เป็นในตอนสองสามคำแรก จุก คุณรู้สึกไม่ค่อยสบาย อาจมีอาการเสียดท้องเล็กน้อยเนื่องจากว่า กรดในกระเพาะอาหารที่ล้นขึ้นมาถึงคอ TIP ระยะเวลาที่ดีที่สุดในการกินก็คือเวลาที่คุณ “หิวปานกลาง” หรือ “หิว” ทันทีที่คุณถึงภาวะใดภาวะหนึ่งนี้ คุณได้ใช้พลังงานส่วนมากจากอาหารมื้อที่แล้วไปหมดแล้ว แต่คุณยังไม่ถึงจุดที่จะอยากกินแบบยั้งไม่อยู่ ข้อมุลจาก : lisaguru.com]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2011/12/hungry.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-254" title="hungry" src="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2011/12/hungry.jpg" alt="" width="213" height="213" /></a>ทำความเข้าใจระดับความหิว จะได้ทานในปริมาณที่คุณต้องการจริง</p>
<p>คุณรู้จริงๆ หรือเปล่าว่าความหิวจริงๆ แล้วเป็นยังไง? ก่อนที่คุณจะสามารถกำราบมันได้ คุณต้องทำความเข้าใจที่จะรับรู้ว่ากิริยาอาการทางร่างกายแบบไหน ที่สื่อถึงความต้องการอาหารบำรุงจริงๆ ก่อนการกิน ใช้สเกลความหิวต่อไปนี้เพื่อช่วยคาดคะเนการความต้องการอาหารที่แน่นอนของคุณเสียก่อน</p>
<p><span style="color: #ff00ff;"><strong>หิวโซ</strong></span> ความรู้สึกท้องว่างและอ่อนแรงอย่างหนัก อาจจะตามมาด้วยอาการเวียนศีรษะเล็กน้อย หรืออาการกระวนกระวายเนื่องมาจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกี่ยวเนื่องมาจากขาดอาหาร มีความเสี่ยงที่จะตามใจปากสูง</p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">หิว</span></strong> คุณนึกถึงอาหารครั้งต่อไป ถ้าไม่ได้กินภายในหนึ่งชั่วโมง คุณจะเข้าสู่ขอบเขตวิกฤติของความ “หิวโซ”</p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">หิวปานกลาง</span></strong> กระเพาะของคุณเริ่มร้องและคุณกำลังเตรียมการ ที่จะหาทางให้ความรู้สึกประสาทเสียนั้นหายไป นี่เป็นเวลาการกินโดยปกติ</p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">พอใจ</span></strong> คุณรู้สึกหายอยาก ยังไม่อิ่ม แต่ก็ไม่หิว คุณบรรเทารู้สึกสบายๆ และสามารถรอที่จะกินได้</p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">อิ่ม</span></strong> คุณยังกินได้อยู่ มันเป็นเรื่องของความต่อเนื่องมากกว่าความหิวจริงๆ ท้องของคุณเป่งขึ้นเล็กน้อย และอาหารก็ไม่อร่อยเท่าที่เป็นในตอนสองสามคำแรก</p>
<p>จุก คุณรู้สึกไม่ค่อยสบาย อาจมีอาการเสียดท้องเล็กน้อยเนื่องจากว่า กรดในกระเพาะอาหารที่ล้นขึ้นมาถึงคอ</p>
<p><span style="color: #3366ff;">TIP</span><br />
ระยะเวลาที่ดีที่สุดในการกินก็คือเวลาที่คุณ “หิวปานกลาง” หรือ “หิว” ทันทีที่คุณถึงภาวะใดภาวะหนึ่งนี้ คุณได้ใช้พลังงานส่วนมากจากอาหารมื้อที่แล้วไปหมดแล้ว แต่คุณยังไม่ถึงจุดที่จะอยากกินแบบยั้งไม่อยู่</p>
<p>ข้อมุลจาก : lisaguru.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาหารเพื่อสุขภาพ A &#8211; Z</title>
		<link>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-a-z/</link>
		<comments>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-a-z/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Nov 2011 13:11:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สานฝัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเพื่อสุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slimupcenters.com/?p=247</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ มีเทคนิคการรับประทานอาหาร และอาหารเพื่อสุขภาพ 26 ชนิดตามตัวอักษร A-Z มาบอกกันค่ะ ถ้าอยากมีสุขภาพอนามัยดีแล้ว ตามมาดูกันเลย A : Apple ฝรั่งยกย่องแอปเปิ้ลให้เป็นสุดยอดผลไม้ ที่ช่วยบำรุงรักษาร่างกาย และมีรสชาติเอร็ดอร่อย แถมยังชักชวนให้รับประทานทุกวันอย่างน้อย วันละ 1 ผล B : Banana ในต่างประเทศเขานิยมแอปเปิ้ล (เพราะปลูกได้ดีในบริเวณอากาศหนาว) ก็เหมือนกับบ้านเราที่นิยมกล้วย เนื่องจากกล้วยเป็นผลไม้ที่มีเกือบจะทุกบ้าน เด็กไทยได้รับประทานทุกคน และก็ได้รับการศึกษาวิจัยออกมาแล้วเช่นกัน ว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์สูง ไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น C : Carrot พืชหัวสีส้ม รสหวาน เป็นที่ชอบใจของเด็ก ๆ ลองนำไปต้มให้นิ่ม ๆ หรือนำไปตุ๋นน้ำแกง ผัดข้าวผัด กินสดกับสลัด หรือดัดแปลงรับประทานกับน้ำพริกก็เอร็ดอร่อย พร้อมทั้งแครอทยังเป็นผักที่มีวิตามินเอสูงด้วย D : Drink water คุณค่าของน้ำเปล่า คงไม่ต้องบอก แต่ที่อยากจะบอกคือ ต้องดื่มให้เพียงพอ และควรจะดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง ดีกว่าน้ำเย็น ใส่น้ำแข็งเยอะเลย &#8230; <a href="http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-a-z/">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2011/11/Food.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-248" title="Food" src="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2011/11/Food-300x300.jpg" alt="" width="202" height="202" /></a>วันนี้ มีเทคนิคการรับประทานอาหาร และอาหารเพื่อสุขภาพ 26 ชนิดตามตัวอักษร A-Z มาบอกกันค่ะ ถ้าอยากมีสุขภาพอนามัยดีแล้ว ตามมาดูกันเลย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>A : Apple</strong></span></p>
<p>ฝรั่งยกย่องแอปเปิ้ลให้เป็นสุดยอดผลไม้ ที่ช่วยบำรุงรักษาร่างกาย และมีรสชาติเอร็ดอร่อย แถมยังชักชวนให้รับประทานทุกวันอย่างน้อย วันละ 1 ผล</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>B : Banana</strong></span></p>
<p>ในต่างประเทศเขานิยมแอปเปิ้ล (เพราะปลูกได้ดีในบริเวณอากาศหนาว) ก็เหมือนกับบ้านเราที่นิยมกล้วย เนื่องจากกล้วยเป็นผลไม้ที่มีเกือบจะทุกบ้าน เด็กไทยได้รับประทานทุกคน และก็ได้รับการศึกษาวิจัยออกมาแล้วเช่นกัน ว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์สูง ไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>C : Carrot</strong></span></p>
<p>พืชหัวสีส้ม รสหวาน เป็นที่ชอบใจของเด็ก ๆ ลองนำไปต้มให้นิ่ม ๆ หรือนำไปตุ๋นน้ำแกง ผัดข้าวผัด กินสดกับสลัด หรือดัดแปลงรับประทานกับน้ำพริกก็เอร็ดอร่อย พร้อมทั้งแครอทยังเป็นผักที่มีวิตามินเอสูงด้วย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>D : Drink water</strong></span></p>
<p>คุณค่าของน้ำเปล่า คงไม่ต้องบอก แต่ที่อยากจะบอกคือ ต้องดื่มให้เพียงพอ และควรจะดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง ดีกว่าน้ำเย็น ใส่น้ำแข็งเยอะเลย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>E : Egg</strong></span></p>
<p>อาหารเป็นที่นิยม ดัดแปลงเป็นเมนูอาหารต่าง ๆ ได้หลากหลาย ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน เด็ก ๆ รับประทานได้เต็มที่ แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่เมื่อไหร่ ควรรับประทานแต่พอเหมาะ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>F : Fruit</strong></span></p>
<p>ผลไม้สดช่วยในการขับถ่าย และทำให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุ วิตามิน ที่จำเป็นต่อร่างกาย และการรับประทานผลไม้ที่ถูกต้อง คือ รับประทานตามฤดูกาล ใครที่น้ำหนักเกินก็ต้องหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวาน และที่สำคัญต้องล้างให้สะอาดสะอ้านก่อนรับประทานเสมอ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>G : Garlic</strong></span></p>
<p>อีกหนึ่งเครื่องปรุงอาหารของไทยที่มีคุณสมบัติเป็นยา ถ้าเป็นยาแผนเก่า ใช้รักษาอาการไอ ไข้หวัด หลอดลมอักเสบ แก้ท้องเสีย ขับลม ขับเหงื่อ และเมื่อมีการศึกษาวิจัยออกมาก็พบว่า กระเทียมช่วยลดคอเลสเตอรอลได้เป็นอย่างดี ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตันและกล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลัน แถมยังช่วย ลดน้ำตาลในเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์ และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ปกป้องการ เกิดเซลล์มะเร็ง ดังนั้นทำอาหารมื้อต่อไป อย่าลืมใส่กระเทียมลงไปด้วย ที่สำคัญต้องทุบให้แตกก่อน สารต่าง ๆ จึงจะออกฤทธิ์ได้ดีมากขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>H : Honey</strong></span></p>
<p>น้ำตาลทรายฟอกขาวไม่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพมากนัก อาจจะหันมาใช้น้ำผึ้งสับเปลี่ยนกันในบางเมนู ก็ทำให้รสชาติอร่อย ไปอีกแบบ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>I : Iron</strong></span></p>
<p>ธาตุเหล็กมีมากมายในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ป้องกันโรคโลหิตจาง เป็นโครงสร้างของการสร้างเม็ดเลือดแดง ที่สำคัญควรรับประทานผักผลไม้ในจำนวนที่เหมาะสม เพื่อไปช่วยการทำงานของธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>J : Juice</strong></span></p>
<p>ขอย้ำให้เป็นน้ำผลไม้คั้นสด คั้นเองได้ยิ่งดี เพราะจะได้ทั้งวิตามิน และไว้ใจเรื่องความสะอาด ส่วนน้ำผลไม้กล่องส่วนมากมีน้ำตาลเยอะ หากดื่มมาก ๆ อาจทำให้อ้วน เกินไปได้เหมือนกัน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>K : Kale</strong></span></p>
<p>พืชหัวประเภทกะหล่ำ บร็อคโคลี เป็นผักอีกประเภทที่มีรสชาติดี มีแร่ธาตุจำเป็นอยู่หลายอย่าง แต่มีเงื่อนไขว่าก่อนนำมาปรุงอาหารจะต้องล้างให้สะอาด เด็ดใบออกมาล้างทีละใบ เพื่อให้มั่นใจว่าได้ล้างสารเคมีที่หลงเหลืออยู่ ออกไปให้ได้มากที่สุด</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>L : Low fat</strong></span></p>
<p>อาหารควบคุมปริมาณไขมัน เหมาะสมกับคนที่มีน้ำหนักเกิน หรือคนที่ต้องการรักษาสัดส่วน แต่ยังไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก แต่ถ้าเด็กมีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกินก็เลือกนม low fat ได้เช่นกันค่ะ</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">M : Milk</span></strong></p>
<p>นม หรือสินค้าที่ทำจากนม มีคุณค่าถ้ารับประทานให้ถูก และรู้จักเลือกรับประทาน ถ้าหากเด็ก ๆ ดื่มนมจะเป็นการสะสมแคลเซียมในร่างกาย (แต่ต้องควบคู่กับการบริหารร่างกาย) ผู้ใหญ่ก็เหมือนกัน แต่ควรเลือกสรรนมให้เหมาะสมกับตนเองด้วย ถ้าดื่มไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืนใจ เพราะยังมีนมถั่วเหลือง น้ำผลไม้ หรือแคลเซียมชนิดอื่น ๆ ชดเชยกันได้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>N : No sugar</strong></span></p>
<p>อาหารที่มีรสหวาน ทำให้คนเรามีความรู้สึกอยากทานอาหาร และรับประทานได้มากขึ้น จึงเป็นสาเหตุทำให้มีโรคอ้วนตามมา ถ้าไม่อยากให้ลูกทานหวาน คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมลดน้ำตาลในอาหารประจำวัน ลดอาหารหวาน ขนมหวาน และน้ำอัดลม</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>O : Oat</strong></span></p>
<p>ข้าวโอ๊ต มีโปรตีนและไขมันสูง และยังมีเส้นใยอยู่มาก ชาวต่างชาตินิยมนำมาเป็นอาหารเช้า โดยการใส่ผลไม้แห้งคลุกเคล้าลงไปด้วย เนื่องจากเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง จึงเหมาะสมกับมื้อเช้าที่เร่งรีบ แต่ไม่ควรเก็บข้าวโอ๊ตไว้นาน เพราะเหม็นหืนง่าย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>P : Pea</strong></span></p>
<p>ถั่วต่าง ๆ เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่ชดเชยเนื้อสัตว์ได้ แต่ก็ควรระมัดระวังในการรับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็ก ๆ ถ้าหากเป็นถั่วเมล็ดแห้งก็ควรจะปรุงให้นิ่ม ไม่อย่างนั้นอาจจะติดคอได้ง่าย และควรระมัดระวังในเรื่องเชื้อราที่มักจะอยู่ในถั่วด้วยเช่นกัน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>Q : Quality</strong></span></p>
<p>หมายภึงการรับประทานอย่างมีคุณภาพ รู้จักเลือกสรรอาหาร ที่มีประโยชน์ ทานแต่พอเหมาะ เพราะการบริโภคมากเกินไป หรือน้อยเกินไป อาจจะเกิดผลเสียขึ้นได้ทั้งสิ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>R : Rice</strong></span></p>
<p>อาหารหลักของคนไทย คือข้าว วันไหนไม่ได้ทานข้าวเราจะมีความรู้สึกเหมือนไม่ค่อยได้ทานอะไร ข้าวที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสีจะมีคุณประโยชน์มากกว่าข้าวที่ผ่านกระบวนการขัดสีมาก จะให้ดีคุณพ่อคุณแม่ควรหัดให้ลูกกินข้าวกล้องตั้งแต่เล็ก ๆ เพื่อให้คุ้นเคยกับกลิ่น หรือลักษณะของข้าว</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>S : Seafood</strong></span></p>
<p>อาหารทะเล มีแร่ธาตุที่สำคัญหลายอย่างทั้งวิตามิน เกลือแร่ และที่สำคัญคือไอโอดีน ที่ช่วยป้องกันโรคคอหอยพอก รวมถึงกรดไขมันจำเป็น เช่น โอเมก้า 3 6 9 มีโปรตีนสูง ย่อยง่าย แต่ทั้งนี้ก็ต้องระมัดระวังเรื่องการแพ้อาหารด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก ๆ สำหรับผู้ใหญ่ ก็ต้องเลือกอาหารทะเลจำพวกเนื้อปลาเป็นหลัก ถ้าเป็นชนิดอื่น ๆ ต้องระมัดระวังเรื่องคอเลสเตอรอล</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>T : Tofu</strong></span></p>
<p>เต้าหู้ อาหารที่ทรงคุณประโยชน์มากอย่างหนึ่ง รับประทานได้ตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ จนถึงผู้สูงอายุ มีคุณประโยชน์จากโปรตีนถั่ว ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>U : Utensil</strong></span></p>
<p>คำนี้แปลว่า เครื่องครัว เครื่องไม้เครื่องมือทำครัวต่าง ๆ เพราะกว่าที่อาหารจะออกมาน่าทาน ก็ต้องมาจากในห้องครัว และการทำออกมาอย่างพิถีพิถันนั่นเอง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>V : Vegetable</strong></span></p>
<p>ในหนึ่งมื้ออาหารควรทานให้ครบถ้วน 5 หมู่ ในจำนวนที่พอเหมาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผัก หลายคนเมินที่จะมีผักในมื้ออาหาร แต่หันไปเน้นโปรตีนมากกว่า เพราะฉะนั้นควรฝึกให้ลูกกินผักตั้งแต่เล็ก ๆ เพื่อให้คุ้นเคยและไม่เลือกกินเมื่อโตขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>W : Whole grain</strong></span></p>
<p>คือธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี ดังนั้นจะมีประโยชน์ทางโภชนาการสูง มากมายไปด้วยใยอาหาร วิตามินบีประเภทต่าง ๆ และเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ตัวอย่างเช่น ข้าวกล้อง แม้ว่าข้าวที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสีจะเก็บได้ไม่นานเท่าข้าวที่ขัดสีแล้ว แต่เมื่อเปรียบเทียบกับคุณประโยชน์อาหารแล้วธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีดีกว่ามากมาย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>X : XL</strong></span></p>
<p>เราใช้ XL แทนขนาดเสื้อผ้าว่าเป็นขนาดใหญ่พิเศษ (อาจจมี X เพิ่มเข้าไปข้างหน้าอีก) แต่ในที่นี้จะขอพูดถึงคนอ้วนที่มีน้ำหนักเลยมาตรฐาน ก็มักถูกเปรียบเทียบให้ใช้คำนี้เช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะสภาวะโภชนาเกินนี้เป็นบ่อเกิดของโรคต่าง ๆ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>Y : Yogurt</strong></span></p>
<p>เป็นผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากนม และให้คุณประโยชน์มาก เนื่องจากในโยเกิร์ตจะมีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไปช่วยกระบวนการทำงานของลำไส้ มีแคลเซียมสูง ถ้าจะทานให้ได้ประโยชน์ควรทานโยเกิร์ตรสธรรมดา เพราะโยเกิร์ตรสชาติต่าง ๆ โดยมากมีการเติมน้ำตาลลงไปเพื่อให้รสชาติดีขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>Z : Zinc</strong></span></p>
<p>ถึงแม้ว่าแร่ธาตุสังกะสี จะเป็นแร่ธาตุที่คนเราต้องการใช้ ในปริมาณไม่มากนัก แต่บทบาทและหน้าที่ของแร่ธาตุตัวนี้ก็สำคัญมาก เนื่องจากสังกะสีทำงานร่วมกับเอนไซม์ในการสร้างโปรตีนย่อยอาหาร มีความสำคัญในขั้นตอนเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็ก สังกะสีจะทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงัก การเจริญพันธุ์ทางเพศช้า และยังมีส่วนสำคัญใน การส่งเสริมวิตามินเอให้ทำงานได้ดีขึ้น</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : 247freemag.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-a-z/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>3 สูตรไดเอทสุดฮอทของสาวญี่ปุ่น</title>
		<link>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/3-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/3-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Nov 2011 05:02:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สานฝัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[สูตรและวิธีลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slimupcenters.com/?p=242</guid>
		<description><![CDATA[โดยทั่วไปแล้วอาหารญี่ปุ่นก็ขึ้นชื่อเรื่องไขมันน้อยอยู่แล้ว แต่สาวปลาดิบก็ยังยอมรับว่าวิธีไดเอทนี้จะช่วยลดความอ้วนได้เร็วกว่าแค่รับประทานอาหารประจำชาติอย่างเดียว 1. ไดเอทด้วยกะหล่ำปลี วิธีลดน้ำหนักสูตรนี้กำลังอินเทรนอย่างมากในหมู่สาวอวบของญี่ปุ่น แถมยังมีคนเอาไปออกรายการโทรทัศน์บ่อยๆ ที่สาวๆ นิยมก็เพราะว่ามันทำไม่ยาก ไม่ต้องลงทุนหนักๆ ไม่เป็นอันตรายเพราะคิดค้นโดยนายแพทย์และยังเห็นผลเร็ว How It Work กะหล่ำปลีที่จะใช้ต้องเป็นกะหล่ำสดๆ ลงทุนไม่กี่บาท 1 หัวใหญ่ เอามาตัดแบ่งเป็น 4 ซีก แล้วทานที่ละ 1 ซีก กับน้ำสลัดไขมันต่ำก่อนมื้ออาหารทุกมื้อ กะหล่ำปลีเป็นผักที่มีเส้นใยอาหารสูงมาก ทันทีที่กินเข้าไปจะทำให้หนักท้อง แทบจะไม่ต้องกินข้าวตามก็อิ่มได้ ช่วยให้กินน้อยลงโดยปริยาย ถ้าอดทนทำติดต่อกันได้ แล้วไม่ผอมคงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ 2. ไดเอทด้วยแครอทและอกไก่ สูตรนี้เหมาะสมสำหรับคนที่ไม่ชอบไดเอท เนื่องจากกินเท่าไรก็ได้ โดยที่ไม่รู้สึกว่ากำลังควบคุมอาหารอยู่ แครอทมีไฟเบอร์ทำให้อิ่มท้อง ส่วนเนื้อบริเวณอกไก่ก็ค่อนข้างจะไม่มีไขมันเลย ขออย่างเดียวอย่ากินติดหนังเท่านั้นพอ How It Work ปรับเปลี่ยนอาหารเย็นของทุกๆ วันเป็นแครอทกับอกไก่ย่างแทน โดยใช้แครอทมื้อละ 1-2 หัว จะกินสดๆ หรือไม่ก็เอาไปต้มก่อนก็ได้ ส่วนอกไก่เป็นเมนูอาหารส่วนตัวของคุณ จะปรุงรสไหน หมักซอส หมักเกลือ ต้ม ย่าง อบ &#8230; <a href="http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/3-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99/">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2011/11/Cabbage.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-243" title="Cabbage" src="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2011/11/Cabbage-214x300.jpg" alt="" width="172" height="242" /></a>โดยทั่วไปแล้วอาหารญี่ปุ่นก็ขึ้นชื่อเรื่องไขมันน้อยอยู่แล้ว แต่สาวปลาดิบก็ยังยอมรับว่าวิธีไดเอทนี้จะช่วย<strong>ลดความอ้วน</strong>ได้เร็วกว่าแค่รับประทานอาหารประจำชาติอย่างเดียว<br />
<span style="color: #008000;"><strong>1. ไดเอทด้วยกะหล่ำปลี</strong></span><br />
<strong>วิธีลดน้ำหนัก</strong>สูตรนี้กำลังอินเทรนอย่างมากในหมู่สาวอวบของญี่ปุ่น แถมยังมีคนเอาไปออกรายการโทรทัศน์บ่อยๆ ที่สาวๆ นิยมก็เพราะว่ามันทำไม่ยาก ไม่ต้องลงทุนหนักๆ ไม่เป็นอันตรายเพราะคิดค้นโดยนายแพทย์และยังเห็นผลเร็ว</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">How It Work</span></strong> กะหล่ำปลีที่จะใช้ต้องเป็นกะหล่ำสดๆ ลงทุนไม่กี่บาท 1 หัวใหญ่ เอามาตัดแบ่งเป็น 4 ซีก แล้วทานที่ละ 1 ซีก กับน้ำสลัดไขมันต่ำก่อนมื้ออาหารทุกมื้อ กะหล่ำปลีเป็นผักที่มีเส้นใยอาหารสูงมาก ทันทีที่กินเข้าไปจะทำให้หนักท้อง แทบจะไม่ต้องกินข้าวตามก็อิ่มได้ ช่วยให้กินน้อยลงโดยปริยาย ถ้าอดทนทำติดต่อกันได้ แล้วไม่ผอมคงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">2. ไดเอทด้วยแครอทและอกไก่</span></strong><br />
สูตรนี้เหมาะสมสำหรับคนที่ไม่ชอบไดเอท เนื่องจากกินเท่าไรก็ได้ โดยที่ไม่รู้สึกว่ากำลังควบคุมอาหารอยู่ แครอทมีไฟเบอร์ทำให้อิ่มท้อง ส่วนเนื้อบริเวณอกไก่ก็ค่อนข้างจะไม่มีไขมันเลย ขออย่างเดียวอย่ากินติดหนังเท่านั้นพอ</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">How It Work</span></strong> ปรับเปลี่ยนอาหารเย็นของทุกๆ วันเป็นแครอทกับอกไก่ย่างแทน โดยใช้แครอทมื้อละ 1-2 หัว จะกินสดๆ หรือไม่ก็เอาไปต้มก่อนก็ได้ ส่วนอกไก่เป็นเมนูอาหารส่วนตัวของคุณ จะปรุงรสไหน หมักซอส หมักเกลือ ต้ม ย่าง อบ เชิญตามใจชอบ</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">3. ไดเอทด้วยกล้วยหอมกับน้ำเปล่า</span></strong><br />
นี่ก็สูตรยอดนิยม เนื่องจากทำไม่ยากได้ผลเร็ว และกล้วยหอมยังเป็นผลไม้มากคุณประโยชน์ เหมาะสมสำหรับสาวๆ ทุกวัย</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">How It Work</span></strong> หยุดกินมื้อเช้าตามใจปากอย่างที่เคยทำ แล้วเปลี่ยนมากินกล้วยหอม 2-3 ผลกับน้ำเปล่าหลายๆ แก้วแทนเมื่อเส้นใยในกล้วยหอมเจอกับน้ำเปล่า มันจะไปขยายตัวในท้องคุณ และช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ให้สะอาด <strong>ละลายไขมัน</strong>ที่อุดตันอยู่ในเส้นเลือดออกมา หลังจากนั้นก่อนเข้านอน 4 ชั่วโมง ต้องพยายามไม่กินอะไรอีกเลยเว้นเสียแต่กล้วยหอมกับน้ำแค่นั้น และระหว่างวันถ้าหิวแทนที่จะคว้าขนมนมเนยเข้าปากอย่างเคย ก็พึ่งกล้วยหอมนี่แหละ</p>
<p>ที่มา &#8230; spicy (เคล็ดลับสุขภาพ)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/3-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>3 กับดักของการไดเอ็ท</title>
		<link>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/3-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/3-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Nov 2011 04:17:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สานฝัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[สูตรและวิธีลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slimupcenters.com/?p=237</guid>
		<description><![CDATA[หลายๆ คนตั้งหน้าตั้งตาไดเอ็ทอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ไม่ได้ผลดังใจ อาจจะเป็นเพราะว่ากำลังตกอยู่ในกับดัก 3 ข้อต่อไปนี้ก็ได้ 1.กิน กิน กิน โดยที่ไม่ได้หิวจริง ๆ ถ้าหากพบว่าตนเองมีน้ำหนักมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น อาจเป็นเหตุเพราะคุณรับประทานอะไรบางอย่างตามความรู้สึกมากกว่าความหิวก็เป็นได้ ดังนั้นอย่าปล่อยให้อารมณ์มาบังคับให้คุณทานทั้ง ๆ ที่ยังไม่หิว ลืมเรื่องกินง่าย ๆ ด้วยการหาอะไรอย่างอื่นทำ เช่น นั่งสมาธิ ออกกำลังกาย หรือคุยกับเพื่อน ๆ ก็เป็นทางออกที่ดี 2. ปฏิเสธที่จะออกกำลังกาย ความเพียรพยายามที่จะลดน้ำหนักโดยไม่ออกกำลังกายเลย อาจทำให้คุณสาว ๆ ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ นั่นก็เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้คุณสาว ๆ เผาผลาญแคลอรีและไขมันได้มากขึ้นนั่นเอง และถ้าใครคิดไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มต้นการออกกำลังกายอย่างไรดี ก็ลองเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการเดินให้มากขึ้น และใช้ลิฟท์ให้น้อยลงดูสิ 3.ทานอาหารเพื่อสุขภาพ&#8230;จริงหรือ? เวลาที่คุณเดินเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อหาอาหารสุขภาพมาทาน ก็มักจะเลือกอาหารที่มีป้ายบอกไว้ว่า &#8220;ไดเอท&#8221; หรือ &#8220;ไร้ไขมัน&#8221; ใช่ไหมล่ะ แต่คราวหน้าลองคิดให้ดีก่อนนะจ๊ะ ว่าอาหารการกินที่คุณเลือกนั้นดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า เพราะบ่อยครั้งที่อาหารการกินพวกนี้มีน้ำตาลและเกลือผสมอยู่มากมาย ซึ่งจะทำให้คุณอ้วนเอาง่าย ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด อย่างเช่นพวกน้ำผลไม้ หรือซอสต่าง &#8230; <a href="http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/3-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%97/">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2011/11/diet.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-238" title="diet" src="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2011/11/diet-300x168.jpg" alt="" width="229" height="163" /></a>หลายๆ คนตั้งหน้าตั้งตาไดเอ็ทอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ไม่ได้ผลดังใจ อาจจะเป็นเพราะว่ากำลังตกอยู่ในกับดัก 3 ข้อต่อไปนี้ก็ได้</p>
<p><span style="color: #800080;"><strong>1.กิน กิน กิน โดยที่ไม่ได้หิวจริง ๆ</strong></span></p>
<p>ถ้าหากพบว่าตนเองมีน้ำหนักมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น อาจเป็นเหตุเพราะคุณรับประทานอะไรบางอย่างตามความรู้สึกมากกว่าความหิวก็เป็นได้ ดังนั้นอย่าปล่อยให้อารมณ์มาบังคับให้คุณทานทั้ง ๆ ที่ยังไม่หิว ลืมเรื่องกินง่าย ๆ ด้วยการหาอะไรอย่างอื่นทำ เช่น นั่งสมาธิ ออกกำลังกาย หรือคุยกับเพื่อน ๆ ก็เป็นทางออกที่ดี</p>
<p><strong><span style="color: #800080;">2. ปฏิเสธที่จะออกกำลังกาย</span></strong></p>
<p>ความเพียรพยายามที่จะ<strong>ลดน้ำหนัก</strong>โดยไม่ออกกำลังกายเลย อาจทำให้คุณสาว ๆ ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ นั่นก็เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้คุณสาว ๆ เผาผลาญแคลอรีและไขมันได้มากขึ้นนั่นเอง และถ้าใครคิดไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มต้นการออกกำลังกายอย่างไรดี ก็ลองเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการเดินให้มากขึ้น และใช้ลิฟท์ให้น้อยลงดูสิ</p>
<p><span style="color: #800080;"><strong>3.ทานอาหารเพื่อสุขภาพ&#8230;จริงหรือ?</strong></span></p>
<p>เวลาที่คุณเดินเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อหา<strong>อาหารสุขภาพ</strong>มาทาน ก็มักจะเลือกอาหารที่มีป้ายบอกไว้ว่า &#8220;ไดเอท&#8221; หรือ &#8220;ไร้ไขมัน&#8221; ใช่ไหมล่ะ แต่คราวหน้าลองคิดให้ดีก่อนนะจ๊ะ ว่าอาหารการกินที่คุณเลือกนั้นดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า เพราะบ่อยครั้งที่อาหารการกินพวกนี้มีน้ำตาลและเกลือผสมอยู่มากมาย ซึ่งจะทำให้คุณอ้วนเอาง่าย ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด อย่างเช่นพวกน้ำผลไม้ หรือซอสต่าง ๆ</p>
<p>อ่านจบทั้ง 3 ข้อแล้ว สาวคนไหนที่รู้ตัวเองว่าอยู่ในข่ายล่ะก็ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ซะ แล้วมาเริ่มต้นไดเอ็ทใหม่อีกรอบกันเลย&#8230; <img src='http://www.slimupcenters.com/wp-includes/images/blank.gif' alt=':lol:' class='wp-smiley smiley-9' /> </p>
<p>ที่มา : kapook.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/3-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เชื่ออะไรผิดๆ อย่างนี้&#8230;อ้วนมานักแล้ว</title>
		<link>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%86-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%86-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Nov 2011 10:02:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สานฝัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรและวิธีลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slimupcenters.com/?p=231</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องเกี่ยวข้องการลดน้ำหนักโดยมากเราจะได้รับการบอกเล่าต่อๆ กันมา บางครั้งก็เป็นเรื่องเข้าใจผิด ความเชื่อ : ยิ่งออกกำลังกายมากเท่าใดก็ยิ่งดีเท่านั้น ความจริง : การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาน้ำหนักตัว และทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น แต่การออกกำลังอาทิตย์ละเจ็ดวันอาจจะทำให้เกิดผลลัพธ์ในทางตรงกันข้ามได้ มันอาจจะทำให้ภูมิต้านทานอ่อนแอลง ทำให้ข้อต่อต่างๆ ล้า และทำให้เราอ่อนล้า ถ้าออกกำลังด้วยท่วงท่าที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวเนื่องมาจากความอ่อนล้า ก็จะเผาผลาญแคลอรีได้น้อยกว่าการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงความอ่อนล้าจากการออกกำลังกาย ควรจัดวันสำหรับพักผ่อนอย่างน้อยหนึ่งวันในแต่ละอาทิตย์ และปรับปรุงการออกกำลังกายเล็กน้อยในแต่ละครั้ง เช่น บริหารแขนวันหนึ่ง แล้วก็บริหารขาอีกวันหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กล้ามเนื้อชุดเดียวกันมากเกินไป ความเชื่อ : กล้ามเนื้อหนักกว่าไขมัน ความจริง : ถ้าออกกำลังกายมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ตาชั่งบอกตัวเลขที่มากกว่าที่อยากได้ คุณอาจอยากบอกตัวเองว่า “อืม มันก็น้ำหนักของกล้ามเนื้อ” เพราะกล้ามเนื้อหนักกว่าไขมันไม่ใช่หรือ? ก็ไม่ขนาดนั้นนะ กล้ามเนื้อหนึ่งปอนด์กับไขมันหนึ่งปอนด์ ก็คือหนึ่งปอนด์เท่ากัน แต่เพราะกล้ามเนื้อมีความหนาแน่นกว่าไขมัน การที่มีกล้ามเนื้อมากกว่าไขมันจึงทำให้ดูสะโอดสะองกว่า และมันก็มีคุณประโยชน์อื่นด้วย นั่นคือกล้ามเนื้อหนึ่งปอนด์เผาผลาญราว 50 แคลอรีต่อวัน ในขณะที่ไขมันหนึ่งปอนด์เผาผลาญแค่ 2 แคลอรีต่อวัน เพราะฉะนั้น ยิ่งมีไขมันน้อยเท่าไหร่ อัตราการเผาผลาญของก็จะสูงเท่านั้น ความเชื่อ : เมื่อสูงอายุขึ้นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้น ความจริง : &#8230; <a href="http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%86-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2011/11/Exercise.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-232" title="Group of older mature people lifting weights in the gym" src="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2011/11/Exercise-300x199.jpg" alt="" width="235" height="156" /></a>เรื่องเกี่ยวข้องการ<strong>ลดน้ำหนัก</strong>โดยมากเราจะได้รับการบอกเล่าต่อๆ กันมา บางครั้งก็เป็นเรื่องเข้าใจผิด</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ความเชื่อ</strong></span> : ยิ่งออกกำลังกายมากเท่าใดก็ยิ่งดีเท่านั้น<br />
<strong><span style="color: #008000;">ความจริง</span></strong> : การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาน้ำหนักตัว และทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น แต่การออกกำลังอาทิตย์ละเจ็ดวันอาจจะทำให้เกิดผลลัพธ์ในทางตรงกันข้ามได้ มันอาจจะทำให้ภูมิต้านทานอ่อนแอลง ทำให้ข้อต่อต่างๆ ล้า และทำให้เราอ่อนล้า ถ้าออกกำลังด้วยท่วงท่าที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวเนื่องมาจากความอ่อนล้า ก็จะเผาผลาญแคลอรีได้น้อยกว่าการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงความอ่อนล้าจากการออกกำลังกาย ควรจัดวันสำหรับพักผ่อนอย่างน้อยหนึ่งวันในแต่ละอาทิตย์ และปรับปรุงการออกกำลังกายเล็กน้อยในแต่ละครั้ง เช่น บริหารแขนวันหนึ่ง แล้วก็บริหารขาอีกวันหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กล้ามเนื้อชุดเดียวกันมากเกินไป</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ความเชื่อ :</strong></span> กล้ามเนื้อหนักกว่าไขมัน<br />
<strong><span style="color: #008000;">ความจริง</span></strong> : ถ้าออกกำลังกายมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ตาชั่งบอกตัวเลขที่มากกว่าที่อยากได้ คุณอาจอยากบอกตัวเองว่า “อืม มันก็น้ำหนักของกล้ามเนื้อ” เพราะกล้ามเนื้อหนักกว่าไขมันไม่ใช่หรือ? ก็ไม่ขนาดนั้นนะ กล้ามเนื้อหนึ่งปอนด์กับไขมันหนึ่งปอนด์ ก็คือหนึ่งปอนด์เท่ากัน แต่เพราะกล้ามเนื้อมีความหนาแน่นกว่าไขมัน การที่มีกล้ามเนื้อมากกว่าไขมันจึงทำให้ดูสะโอดสะองกว่า และมันก็มีคุณประโยชน์อื่นด้วย นั่นคือกล้ามเนื้อหนึ่งปอนด์เผาผลาญราว 50 แคลอรีต่อวัน ในขณะที่ไขมันหนึ่งปอนด์เผาผลาญแค่ 2 แคลอรีต่อวัน เพราะฉะนั้น ยิ่งมีไขมันน้อยเท่าไหร่ อัตราการเผาผลาญของก็จะสูงเท่านั้น</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ความเชื่อ</strong></span> : เมื่อสูงอายุขึ้นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้น<br />
<span style="color: #008000;"><strong>ความจริง</strong></span> : ไขมันส่วนมากไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่น้ำหนักมักเปลี่ยนไปจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การให้คลอดบุตร หรือกระดูกทีอ่อนแอลง ซึ่งสามารถทำให้การปรับเปลี่ยนช้าลงได้ด้วยการยกน้ำหนัก จากการศึกษาของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ สหรัฐฯ ผู้หญิงที่น้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน ซึ่งยกน้ำหนักเพียงแค่สัปดาห์ละสองครั้ง มีการสะสมของไขมันที่หน้าท้องเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (7 เปอร์เซ็นต์ในช่วงสองปี) เมื่อเปรียบเทียบกับคนไม่ได้ออกกำลังกาย (ซึ่งไขมันที่สะสมในหน้าท้องเพิ่มขึ้นถึง 21 เปอร์เซ็นต์ในช่วงสองปี) ยิ่งยกน้ำหนักเร็วขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งง่ายที่จะทำให้รอบเอวไม่เพิ่มขึ้นเมื่อเวลาล่วงเลยไป</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ความเชื่อ</strong></span> : ต้อง<strong>ลดน้ำหนัก</strong>อย่างเต็มที่เพื่อที่จะได้คุณประโยชน์ทางสุขภาพอนามัย<br />
<span style="color: #008000;"><strong>ความจริง</strong></span> : ถ้าคุณมีตัวเลขที่ต้องลดถึงสองหลัก อาจฟังดูน่ากลัว แต่การลดเพียงแค่ไม่กี่กิโลฯ ก็สามารถมีผลอย่างมากต่อสุขภาพของคุณแล้ว โดยที่น้ำหนักส่วนเกินทุกหนึ่งกิโลที่คุณลดลงได้ คอเลสเตอรอลของคุณจะลดลงโดยเฉลี่ย 3 จุด ผู้ชายและผู้หญิงสามารถลดความดันโลหิตลงได้หลังจากลดน้ำหนักเพียงแค่ 4-5 กิโลกรัม ร่างกายของเราสามารถบอกได้เมื่อเรา<strong>ลดน้ำหนัก</strong> แม้มันจะนิดหน่อย แต่ร่างกายก็จะปรับตัวได้อย่างทันใจ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%86-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กินอย่างไรให้ยิ้มสวย</title>
		<link>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Nov 2011 03:47:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สานฝัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slimupcenters.com/?p=227</guid>
		<description><![CDATA[เราทุกคนเข้าใจดีว่าสารอาหารที่พอเหมาะพอควรจะช่วยสร้างร่างกายที่แข็งแรง รวมถึงฟันและเหงือก แต่ไม่ใช่แค่น้ำตาลหรือของหวานที่ไม่ดีกับฟัน อาหารมีคุณประโยชน์บางอย่างก็อาจทำให้ฟันผุกร่อนได้ ในขณะที่อาหารบางชนิดจะช่วยคุ้มกันโรคเหงือกและฟัน และยังทำให้ลมหายใจหอมสดชื่นได้ด้วย 1. รับประทานคาร์โบไฮเดรตในมื้ออาหารเท่านั้น ขนมปังโฮลวีตหรือมันฝรั่งทอดกรอบก็อาจจะไม่ได้ดีกว่ากันไปเท่าไร อาหารประเภทแป้งมักจะติดเกาะอยู่ในช่องว่างระหว่างฟันหรือบริเวณเหงือก หลังจากนั้นก็จะแตกตัวเป็นน้ำตาล กลายเป็นสารอาหารให้แบคทีเรีย พร้อมกับทำให้เกิดคราบซึ่งเป็นต้นตอของโรคเหงือกและอาการฟันผุ American Dietetic Association จึงเสนอแนะให้คุณกินคาร์โบไฮเดรตในมื้ออาหารใหญ่ๆ ดีกว่า เพราะในเวลานั้นเราจะหลั่งน้ำลายออกมามาก เศษอาหารจึงถูกชำระล้างไปโดยง่ายดาย 2. ดื่มชา ทั้งชาดำและชาขาวมีสารโพลีเฟอนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากพืชที่ช่วยปกป้องไม่ให้คราบหินปูนมาเกาะที่ฟัน จึงช่วยลดช่องทางการเกิดฟันผุหรือโรคเหงือก ยิ่งไปกว่านี้ มันยังมีสามารถลดกลิ่นปากด้วยสรรพคุณยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นตัวการของกลิ่น แถมชาส่วนใหญ่ยังมีฟลูออไรด์ที่ได้มาจากใบชา จึงมีประโยชน์ปกป้องเคลือบฟันด้วยเหมือนกัน 3. รับประทานวิตามินซีให้เพียงพอ วิตามซีเปรียบเหมือนปูนที่เชื่อมเซลล์ต่างๆ เข้าด้วยกัน มันจำเป็นต่อผิวเช่นเดียวกับเนื้อเยื่อของเหงือก จากการวิจัยของ State University of New York University เปิดเผยว่า คนที่กินวิตามินซีน้อยกว่า 60 มิลลิกรัมต่อวัน จะมีโอกาสเป็นโรคเหงือกสูงกว่าคนที่กิน 180 มิลลิกรัมหรือมากกว่า ถึง 25% 4. รับประทานแคลเซียม 800 มิลลิกรัมต่อวัน ประมาณ &#8230; <a href="http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2011/11/Smile.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-228" title="Smile" src="http://www.slimupcenters.com/wp-content/uploads/2011/11/Smile-300x200.jpg" alt="" width="240" height="160" /></a>เราทุกคนเข้าใจดีว่าสารอาหารที่พอเหมาะพอควรจะช่วยสร้างร่างกายที่แข็งแรง รวมถึงฟันและเหงือก แต่ไม่ใช่แค่น้ำตาลหรือของหวานที่ไม่ดีกับฟัน<br />
อาหารมีคุณประโยชน์บางอย่างก็อาจทำให้ฟันผุกร่อนได้ ในขณะที่อาหารบางชนิดจะช่วยคุ้มกันโรคเหงือกและฟัน และยังทำให้ลมหายใจหอมสดชื่นได้ด้วย</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>1. รับประทานคาร์โบไฮเดรตในมื้ออาหารเท่านั้น</strong></span><br />
ขนมปังโฮลวีตหรือมันฝรั่งทอดกรอบก็อาจจะไม่ได้ดีกว่ากันไปเท่าไร อาหารประเภทแป้งมักจะติดเกาะอยู่ในช่องว่างระหว่างฟันหรือบริเวณเหงือก หลังจากนั้นก็จะแตกตัวเป็นน้ำตาล กลายเป็นสารอาหารให้แบคทีเรีย พร้อมกับทำให้เกิดคราบซึ่งเป็นต้นตอของโรคเหงือกและอาการฟันผุ American Dietetic Association จึงเสนอแนะให้คุณกินคาร์โบไฮเดรตในมื้ออาหารใหญ่ๆ ดีกว่า เพราะในเวลานั้นเราจะหลั่งน้ำลายออกมามาก เศษอาหารจึงถูกชำระล้างไปโดยง่ายดาย</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>2. ดื่มชา</strong></span><br />
ทั้งชาดำและชาขาวมีสารโพลีเฟอนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากพืชที่ช่วยปกป้องไม่ให้คราบหินปูนมาเกาะที่ฟัน จึงช่วยลดช่องทางการเกิดฟันผุหรือโรคเหงือก ยิ่งไปกว่านี้ มันยังมีสามารถลดกลิ่นปากด้วยสรรพคุณยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นตัวการของกลิ่น แถมชาส่วนใหญ่ยังมีฟลูออไรด์ที่ได้มาจากใบชา จึงมีประโยชน์ปกป้องเคลือบฟันด้วยเหมือนกัน</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>3. รับประทานวิตามินซีให้เพียงพอ</strong></span><br />
วิตามซีเปรียบเหมือนปูนที่เชื่อมเซลล์ต่างๆ เข้าด้วยกัน มันจำเป็นต่อผิวเช่นเดียวกับเนื้อเยื่อของเหงือก จากการวิจัยของ State University of New York University เปิดเผยว่า คนที่กินวิตามินซีน้อยกว่า 60 มิลลิกรัมต่อวัน จะมีโอกาสเป็นโรคเหงือกสูงกว่าคนที่กิน 180 มิลลิกรัมหรือมากกว่า ถึง 25%</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>4. รับประทานแคลเซียม 800 มิลลิกรัมต่อวัน</strong></span><br />
ประมาณ 99% ของแคลเซียมในร่างกายจะอยู่ในกระดูกและฟัน แคลเซียมจะใช่วยให้กระดูกอัลวีโอลาร์ในขากรรไกรแข็งแรง ซึ่งจะทำให้ฟันติดตรึงอยู่กับที่เป็นระดับ และช่วยลดโอกาสเป็นโรคเหงือก ปริมาณที่แนะนำคือ 1,000 มิลลิกรัม ต่อวัน สำหรับผู้หญิงอายุต่ำกว่า 50 ปี และ 1,200 มิลลิกรัม สำหรับคนที่อายุมากกว่า 50 ปี</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>5. สิ่งเล็กๆ ที่ช่วยคุณได้</strong></span><br />
ไซลิทอล–สารแทนน้ำตาลที่พบได้ทั่วๆ ไปในหมากฝรั่ง มีการวิจัยมากมายที่บ่งบอกว่ามันช่วยป้องกันฟันผุ<br />
แครนเบอร์รี่ และเห็ดหอม–อาหารทั้งสองประเภทมีสารเคมีที่ช่วยป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเกาะติดกับฟัน<br />
ผักกรอบๆ ตัวอย่างเช่น แครอต–จะช่วยชะล้างเอาเศษอาหารและคราบหินปูนออกมา</p>
<p>ขอขอบคุณ : lisaguru.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slimupcenters.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

