อาหารเพื่อสุขภาพ A – Z

วันนี้ มีเทคนิคการรับประทานอาหาร และอาหารเพื่อสุขภาพ 26 ชนิดตามตัวอักษร A-Z มาบอกกันค่ะ ถ้าอยากมีสุขภาพอนามัยดีแล้ว ตามมาดูกันเลย

A : Apple

ฝรั่งยกย่องแอปเปิ้ลให้เป็นสุดยอดผลไม้ ที่ช่วยบำรุงรักษาร่างกาย และมีรสชาติเอร็ดอร่อย แถมยังชักชวนให้รับประทานทุกวันอย่างน้อย วันละ 1 ผล

B : Banana

ในต่างประเทศเขานิยมแอปเปิ้ล (เพราะปลูกได้ดีในบริเวณอากาศหนาว) ก็เหมือนกับบ้านเราที่นิยมกล้วย เนื่องจากกล้วยเป็นผลไม้ที่มีเกือบจะทุกบ้าน เด็กไทยได้รับประทานทุกคน และก็ได้รับการศึกษาวิจัยออกมาแล้วเช่นกัน ว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์สูง ไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น

C : Carrot

พืชหัวสีส้ม รสหวาน เป็นที่ชอบใจของเด็ก ๆ ลองนำไปต้มให้นิ่ม ๆ หรือนำไปตุ๋นน้ำแกง ผัดข้าวผัด กินสดกับสลัด หรือดัดแปลงรับประทานกับน้ำพริกก็เอร็ดอร่อย พร้อมทั้งแครอทยังเป็นผักที่มีวิตามินเอสูงด้วย

D : Drink water

คุณค่าของน้ำเปล่า คงไม่ต้องบอก แต่ที่อยากจะบอกคือ ต้องดื่มให้เพียงพอ และควรจะดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง ดีกว่าน้ำเย็น ใส่น้ำแข็งเยอะเลย

E : Egg

อาหารเป็นที่นิยม ดัดแปลงเป็นเมนูอาหารต่าง ๆ ได้หลากหลาย ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน เด็ก ๆ รับประทานได้เต็มที่ แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่เมื่อไหร่ ควรรับประทานแต่พอเหมาะ

F : Fruit

ผลไม้สดช่วยในการขับถ่าย และทำให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุ วิตามิน ที่จำเป็นต่อร่างกาย และการรับประทานผลไม้ที่ถูกต้อง คือ รับประทานตามฤดูกาล ใครที่น้ำหนักเกินก็ต้องหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวาน และที่สำคัญต้องล้างให้สะอาดสะอ้านก่อนรับประทานเสมอ

G : Garlic

อีกหนึ่งเครื่องปรุงอาหารของไทยที่มีคุณสมบัติเป็นยา ถ้าเป็นยาแผนเก่า ใช้รักษาอาการไอ ไข้หวัด หลอดลมอักเสบ แก้ท้องเสีย ขับลม ขับเหงื่อ และเมื่อมีการศึกษาวิจัยออกมาก็พบว่า กระเทียมช่วยลดคอเลสเตอรอลได้เป็นอย่างดี ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตันและกล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลัน แถมยังช่วย ลดน้ำตาลในเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์ และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ปกป้องการ เกิดเซลล์มะเร็ง ดังนั้นทำอาหารมื้อต่อไป อย่าลืมใส่กระเทียมลงไปด้วย ที่สำคัญต้องทุบให้แตกก่อน สารต่าง ๆ จึงจะออกฤทธิ์ได้ดีมากขึ้น

H : Honey

น้ำตาลทรายฟอกขาวไม่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพมากนัก อาจจะหันมาใช้น้ำผึ้งสับเปลี่ยนกันในบางเมนู ก็ทำให้รสชาติอร่อย ไปอีกแบบ

I : Iron

ธาตุเหล็กมีมากมายในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ป้องกันโรคโลหิตจาง เป็นโครงสร้างของการสร้างเม็ดเลือดแดง ที่สำคัญควรรับประทานผักผลไม้ในจำนวนที่เหมาะสม เพื่อไปช่วยการทำงานของธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้น

J : Juice

ขอย้ำให้เป็นน้ำผลไม้คั้นสด คั้นเองได้ยิ่งดี เพราะจะได้ทั้งวิตามิน และไว้ใจเรื่องความสะอาด ส่วนน้ำผลไม้กล่องส่วนมากมีน้ำตาลเยอะ หากดื่มมาก ๆ อาจทำให้อ้วน เกินไปได้เหมือนกัน

K : Kale

พืชหัวประเภทกะหล่ำ บร็อคโคลี เป็นผักอีกประเภทที่มีรสชาติดี มีแร่ธาตุจำเป็นอยู่หลายอย่าง แต่มีเงื่อนไขว่าก่อนนำมาปรุงอาหารจะต้องล้างให้สะอาด เด็ดใบออกมาล้างทีละใบ เพื่อให้มั่นใจว่าได้ล้างสารเคมีที่หลงเหลืออยู่ ออกไปให้ได้มากที่สุด

L : Low fat

อาหารควบคุมปริมาณไขมัน เหมาะสมกับคนที่มีน้ำหนักเกิน หรือคนที่ต้องการรักษาสัดส่วน แต่ยังไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก แต่ถ้าเด็กมีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกินก็เลือกนม low fat ได้เช่นกันค่ะ

M : Milk

นม หรือสินค้าที่ทำจากนม มีคุณค่าถ้ารับประทานให้ถูก และรู้จักเลือกรับประทาน ถ้าหากเด็ก ๆ ดื่มนมจะเป็นการสะสมแคลเซียมในร่างกาย (แต่ต้องควบคู่กับการบริหารร่างกาย) ผู้ใหญ่ก็เหมือนกัน แต่ควรเลือกสรรนมให้เหมาะสมกับตนเองด้วย ถ้าดื่มไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืนใจ เพราะยังมีนมถั่วเหลือง น้ำผลไม้ หรือแคลเซียมชนิดอื่น ๆ ชดเชยกันได้

N : No sugar

อาหารที่มีรสหวาน ทำให้คนเรามีความรู้สึกอยากทานอาหาร และรับประทานได้มากขึ้น จึงเป็นสาเหตุทำให้มีโรคอ้วนตามมา ถ้าไม่อยากให้ลูกทานหวาน คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมลดน้ำตาลในอาหารประจำวัน ลดอาหารหวาน ขนมหวาน และน้ำอัดลม

O : Oat

ข้าวโอ๊ต มีโปรตีนและไขมันสูง และยังมีเส้นใยอยู่มาก ชาวต่างชาตินิยมนำมาเป็นอาหารเช้า โดยการใส่ผลไม้แห้งคลุกเคล้าลงไปด้วย เนื่องจากเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง จึงเหมาะสมกับมื้อเช้าที่เร่งรีบ แต่ไม่ควรเก็บข้าวโอ๊ตไว้นาน เพราะเหม็นหืนง่าย

P : Pea

ถั่วต่าง ๆ เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่ชดเชยเนื้อสัตว์ได้ แต่ก็ควรระมัดระวังในการรับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็ก ๆ ถ้าหากเป็นถั่วเมล็ดแห้งก็ควรจะปรุงให้นิ่ม ไม่อย่างนั้นอาจจะติดคอได้ง่าย และควรระมัดระวังในเรื่องเชื้อราที่มักจะอยู่ในถั่วด้วยเช่นกัน

Q : Quality

หมายภึงการรับประทานอย่างมีคุณภาพ รู้จักเลือกสรรอาหาร ที่มีประโยชน์ ทานแต่พอเหมาะ เพราะการบริโภคมากเกินไป หรือน้อยเกินไป อาจจะเกิดผลเสียขึ้นได้ทั้งสิ้น

R : Rice

อาหารหลักของคนไทย คือข้าว วันไหนไม่ได้ทานข้าวเราจะมีความรู้สึกเหมือนไม่ค่อยได้ทานอะไร ข้าวที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสีจะมีคุณประโยชน์มากกว่าข้าวที่ผ่านกระบวนการขัดสีมาก จะให้ดีคุณพ่อคุณแม่ควรหัดให้ลูกกินข้าวกล้องตั้งแต่เล็ก ๆ เพื่อให้คุ้นเคยกับกลิ่น หรือลักษณะของข้าว

S : Seafood

อาหารทะเล มีแร่ธาตุที่สำคัญหลายอย่างทั้งวิตามิน เกลือแร่ และที่สำคัญคือไอโอดีน ที่ช่วยป้องกันโรคคอหอยพอก รวมถึงกรดไขมันจำเป็น เช่น โอเมก้า 3 6 9 มีโปรตีนสูง ย่อยง่าย แต่ทั้งนี้ก็ต้องระมัดระวังเรื่องการแพ้อาหารด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก ๆ สำหรับผู้ใหญ่ ก็ต้องเลือกอาหารทะเลจำพวกเนื้อปลาเป็นหลัก ถ้าเป็นชนิดอื่น ๆ ต้องระมัดระวังเรื่องคอเลสเตอรอล

T : Tofu

เต้าหู้ อาหารที่ทรงคุณประโยชน์มากอย่างหนึ่ง รับประทานได้ตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ จนถึงผู้สูงอายุ มีคุณประโยชน์จากโปรตีนถั่ว ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด

U : Utensil

คำนี้แปลว่า เครื่องครัว เครื่องไม้เครื่องมือทำครัวต่าง ๆ เพราะกว่าที่อาหารจะออกมาน่าทาน ก็ต้องมาจากในห้องครัว และการทำออกมาอย่างพิถีพิถันนั่นเอง

V : Vegetable

ในหนึ่งมื้ออาหารควรทานให้ครบถ้วน 5 หมู่ ในจำนวนที่พอเหมาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผัก หลายคนเมินที่จะมีผักในมื้ออาหาร แต่หันไปเน้นโปรตีนมากกว่า เพราะฉะนั้นควรฝึกให้ลูกกินผักตั้งแต่เล็ก ๆ เพื่อให้คุ้นเคยและไม่เลือกกินเมื่อโตขึ้น

W : Whole grain

คือธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี ดังนั้นจะมีประโยชน์ทางโภชนาการสูง มากมายไปด้วยใยอาหาร วิตามินบีประเภทต่าง ๆ และเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ตัวอย่างเช่น ข้าวกล้อง แม้ว่าข้าวที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสีจะเก็บได้ไม่นานเท่าข้าวที่ขัดสีแล้ว แต่เมื่อเปรียบเทียบกับคุณประโยชน์อาหารแล้วธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีดีกว่ามากมาย

X : XL

เราใช้ XL แทนขนาดเสื้อผ้าว่าเป็นขนาดใหญ่พิเศษ (อาจจมี X เพิ่มเข้าไปข้างหน้าอีก) แต่ในที่นี้จะขอพูดถึงคนอ้วนที่มีน้ำหนักเลยมาตรฐาน ก็มักถูกเปรียบเทียบให้ใช้คำนี้เช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะสภาวะโภชนาเกินนี้เป็นบ่อเกิดของโรคต่าง ๆ

Y : Yogurt

เป็นผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากนม และให้คุณประโยชน์มาก เนื่องจากในโยเกิร์ตจะมีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไปช่วยกระบวนการทำงานของลำไส้ มีแคลเซียมสูง ถ้าจะทานให้ได้ประโยชน์ควรทานโยเกิร์ตรสธรรมดา เพราะโยเกิร์ตรสชาติต่าง ๆ โดยมากมีการเติมน้ำตาลลงไปเพื่อให้รสชาติดีขึ้น

Z : Zinc

ถึงแม้ว่าแร่ธาตุสังกะสี จะเป็นแร่ธาตุที่คนเราต้องการใช้ ในปริมาณไม่มากนัก แต่บทบาทและหน้าที่ของแร่ธาตุตัวนี้ก็สำคัญมาก เนื่องจากสังกะสีทำงานร่วมกับเอนไซม์ในการสร้างโปรตีนย่อยอาหาร มีความสำคัญในขั้นตอนเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็ก สังกะสีจะทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงัก การเจริญพันธุ์ทางเพศช้า และยังมีส่วนสำคัญใน การส่งเสริมวิตามินเอให้ทำงานได้ดีขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : 247freemag.com

3 สูตรไดเอทสุดฮอทของสาวญี่ปุ่น

โดยทั่วไปแล้วอาหารญี่ปุ่นก็ขึ้นชื่อเรื่องไขมันน้อยอยู่แล้ว แต่สาวปลาดิบก็ยังยอมรับว่าวิธีไดเอทนี้จะช่วยลดความอ้วนได้เร็วกว่าแค่รับประทานอาหารประจำชาติอย่างเดียว 1. ไดเอทด้วยกะหล่ำปลี วิธีลดน้ำหนักสูตรนี้กำลังอินเทรนอย่างมากในหมู่สาวอวบของญี่ปุ่น แถมยังมีคนเอาไปออกรายการโทรทัศน์บ่อยๆ ที่สาวๆ นิยมก็เพราะว่ามันทำไม่ยาก ไม่ต้องลงทุนหนักๆ ไม่เป็นอันตรายเพราะคิดค้นโดยนายแพทย์และยังเห็นผลเร็ว How It Work กะหล่ำปลีที่จะใช้ต้องเป็นกะหล่ำสดๆ ลงทุนไม่กี่บาท 1 หัวใหญ่ เอามาตัดแบ่งเป็น 4 ซีก แล้วทานที่ละ 1 ซีก กับน้ำสลัดไขมันต่ำก่อนมื้ออาหารทุกมื้อ กะหล่ำปลีเป็นผักที่มีเส้นใยอาหารสูงมาก ทันทีที่กินเข้าไปจะทำให้หนักท้อง แทบจะไม่ต้องกินข้าวตามก็อิ่มได้ ช่วยให้กินน้อยลงโดยปริยาย ถ้าอดทนทำติดต่อกันได้ แล้วไม่ผอมคงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ 2. ไดเอทด้วยแครอทและอกไก่ สูตรนี้เหมาะสมสำหรับคนที่ไม่ชอบไดเอท เนื่องจากกินเท่าไรก็ได้ โดยที่ไม่รู้สึกว่ากำลังควบคุมอาหารอยู่ แครอทมีไฟเบอร์ทำให้อิ่มท้อง ส่วนเนื้อบริเวณอกไก่ก็ค่อนข้างจะไม่มีไขมันเลย ขออย่างเดียวอย่ากินติดหนังเท่านั้นพอ How It Work ปรับเปลี่ยนอาหารเย็นของทุกๆ วันเป็นแครอทกับอกไก่ย่างแทน โดยใช้แครอทมื้อละ 1-2 หัว จะกินสดๆ หรือไม่ก็เอาไปต้มก่อนก็ได้ ส่วนอกไก่เป็นเมนูอาหารส่วนตัวของคุณ จะปรุงรสไหน หมักซอส หมักเกลือ ต้ม ย่าง อบ … Continue reading

3 กับดักของการไดเอ็ท

หลายๆ คนตั้งหน้าตั้งตาไดเอ็ทอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ไม่ได้ผลดังใจ อาจจะเป็นเพราะว่ากำลังตกอยู่ในกับดัก 3 ข้อต่อไปนี้ก็ได้ 1.กิน กิน กิน โดยที่ไม่ได้หิวจริง ๆ ถ้าหากพบว่าตนเองมีน้ำหนักมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น อาจเป็นเหตุเพราะคุณรับประทานอะไรบางอย่างตามความรู้สึกมากกว่าความหิวก็เป็นได้ ดังนั้นอย่าปล่อยให้อารมณ์มาบังคับให้คุณทานทั้ง ๆ ที่ยังไม่หิว ลืมเรื่องกินง่าย ๆ ด้วยการหาอะไรอย่างอื่นทำ เช่น นั่งสมาธิ ออกกำลังกาย หรือคุยกับเพื่อน ๆ ก็เป็นทางออกที่ดี 2. ปฏิเสธที่จะออกกำลังกาย ความเพียรพยายามที่จะลดน้ำหนักโดยไม่ออกกำลังกายเลย อาจทำให้คุณสาว ๆ ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ นั่นก็เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้คุณสาว ๆ เผาผลาญแคลอรีและไขมันได้มากขึ้นนั่นเอง และถ้าใครคิดไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มต้นการออกกำลังกายอย่างไรดี ก็ลองเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการเดินให้มากขึ้น และใช้ลิฟท์ให้น้อยลงดูสิ 3.ทานอาหารเพื่อสุขภาพ…จริงหรือ? เวลาที่คุณเดินเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อหาอาหารสุขภาพมาทาน ก็มักจะเลือกอาหารที่มีป้ายบอกไว้ว่า “ไดเอท” หรือ “ไร้ไขมัน” ใช่ไหมล่ะ แต่คราวหน้าลองคิดให้ดีก่อนนะจ๊ะ ว่าอาหารการกินที่คุณเลือกนั้นดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า เพราะบ่อยครั้งที่อาหารการกินพวกนี้มีน้ำตาลและเกลือผสมอยู่มากมาย ซึ่งจะทำให้คุณอ้วนเอาง่าย ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด อย่างเช่นพวกน้ำผลไม้ หรือซอสต่าง … Continue reading

เชื่ออะไรผิดๆ อย่างนี้…อ้วนมานักแล้ว

เรื่องเกี่ยวข้องการลดน้ำหนักโดยมากเราจะได้รับการบอกเล่าต่อๆ กันมา บางครั้งก็เป็นเรื่องเข้าใจผิด ความเชื่อ : ยิ่งออกกำลังกายมากเท่าใดก็ยิ่งดีเท่านั้น ความจริง : การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาน้ำหนักตัว และทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น แต่การออกกำลังอาทิตย์ละเจ็ดวันอาจจะทำให้เกิดผลลัพธ์ในทางตรงกันข้ามได้ มันอาจจะทำให้ภูมิต้านทานอ่อนแอลง ทำให้ข้อต่อต่างๆ ล้า และทำให้เราอ่อนล้า ถ้าออกกำลังด้วยท่วงท่าที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวเนื่องมาจากความอ่อนล้า ก็จะเผาผลาญแคลอรีได้น้อยกว่าการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงความอ่อนล้าจากการออกกำลังกาย ควรจัดวันสำหรับพักผ่อนอย่างน้อยหนึ่งวันในแต่ละอาทิตย์ และปรับปรุงการออกกำลังกายเล็กน้อยในแต่ละครั้ง เช่น บริหารแขนวันหนึ่ง แล้วก็บริหารขาอีกวันหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กล้ามเนื้อชุดเดียวกันมากเกินไป ความเชื่อ : กล้ามเนื้อหนักกว่าไขมัน ความจริง : ถ้าออกกำลังกายมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ตาชั่งบอกตัวเลขที่มากกว่าที่อยากได้ คุณอาจอยากบอกตัวเองว่า “อืม มันก็น้ำหนักของกล้ามเนื้อ” เพราะกล้ามเนื้อหนักกว่าไขมันไม่ใช่หรือ? ก็ไม่ขนาดนั้นนะ กล้ามเนื้อหนึ่งปอนด์กับไขมันหนึ่งปอนด์ ก็คือหนึ่งปอนด์เท่ากัน แต่เพราะกล้ามเนื้อมีความหนาแน่นกว่าไขมัน การที่มีกล้ามเนื้อมากกว่าไขมันจึงทำให้ดูสะโอดสะองกว่า และมันก็มีคุณประโยชน์อื่นด้วย นั่นคือกล้ามเนื้อหนึ่งปอนด์เผาผลาญราว 50 แคลอรีต่อวัน ในขณะที่ไขมันหนึ่งปอนด์เผาผลาญแค่ 2 แคลอรีต่อวัน เพราะฉะนั้น ยิ่งมีไขมันน้อยเท่าไหร่ อัตราการเผาผลาญของก็จะสูงเท่านั้น ความเชื่อ : เมื่อสูงอายุขึ้นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้น ความจริง : … Continue reading

กินอย่างไรให้ยิ้มสวย

เราทุกคนเข้าใจดีว่าสารอาหารที่พอเหมาะพอควรจะช่วยสร้างร่างกายที่แข็งแรง รวมถึงฟันและเหงือก แต่ไม่ใช่แค่น้ำตาลหรือของหวานที่ไม่ดีกับฟัน อาหารมีคุณประโยชน์บางอย่างก็อาจทำให้ฟันผุกร่อนได้ ในขณะที่อาหารบางชนิดจะช่วยคุ้มกันโรคเหงือกและฟัน และยังทำให้ลมหายใจหอมสดชื่นได้ด้วย 1. รับประทานคาร์โบไฮเดรตในมื้ออาหารเท่านั้น ขนมปังโฮลวีตหรือมันฝรั่งทอดกรอบก็อาจจะไม่ได้ดีกว่ากันไปเท่าไร อาหารประเภทแป้งมักจะติดเกาะอยู่ในช่องว่างระหว่างฟันหรือบริเวณเหงือก หลังจากนั้นก็จะแตกตัวเป็นน้ำตาล กลายเป็นสารอาหารให้แบคทีเรีย พร้อมกับทำให้เกิดคราบซึ่งเป็นต้นตอของโรคเหงือกและอาการฟันผุ American Dietetic Association จึงเสนอแนะให้คุณกินคาร์โบไฮเดรตในมื้ออาหารใหญ่ๆ ดีกว่า เพราะในเวลานั้นเราจะหลั่งน้ำลายออกมามาก เศษอาหารจึงถูกชำระล้างไปโดยง่ายดาย 2. ดื่มชา ทั้งชาดำและชาขาวมีสารโพลีเฟอนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากพืชที่ช่วยปกป้องไม่ให้คราบหินปูนมาเกาะที่ฟัน จึงช่วยลดช่องทางการเกิดฟันผุหรือโรคเหงือก ยิ่งไปกว่านี้ มันยังมีสามารถลดกลิ่นปากด้วยสรรพคุณยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นตัวการของกลิ่น แถมชาส่วนใหญ่ยังมีฟลูออไรด์ที่ได้มาจากใบชา จึงมีประโยชน์ปกป้องเคลือบฟันด้วยเหมือนกัน 3. รับประทานวิตามินซีให้เพียงพอ วิตามซีเปรียบเหมือนปูนที่เชื่อมเซลล์ต่างๆ เข้าด้วยกัน มันจำเป็นต่อผิวเช่นเดียวกับเนื้อเยื่อของเหงือก จากการวิจัยของ State University of New York University เปิดเผยว่า คนที่กินวิตามินซีน้อยกว่า 60 มิลลิกรัมต่อวัน จะมีโอกาสเป็นโรคเหงือกสูงกว่าคนที่กิน 180 มิลลิกรัมหรือมากกว่า ถึง 25% 4. รับประทานแคลเซียม 800 มิลลิกรัมต่อวัน ประมาณ … Continue reading